เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อกำหนดนโยบายในการเลือกตั้ง ว่า แคนดิเดตนายกฯ อีกสองคนยังต้องให้คนที่เราทาบทาม คือ “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เขาขอไปพิจารณาก่อน แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนกลับมาบริหารราชการหลังเลือกตั้งก็จะเห็นหน้า 2 คนนี้ รวมถึง “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ อยู่ในรัฐบาล

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง ว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขต เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ก็ได้เรียงบัญชีรายชื่อ ดูจากบัญชีรายชื่อเดิมว่าบุคคลเหล่านั้นได้เข้ามาช่วยพรรคหรือสภาดีแค่ไหน เพื่อดูว่าใครควรจะเข้าบัญชีแรก แต่ยังไม่ขอตอบว่า “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จะมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ ยังต้องดูยุทธศาสตร์ วิธีการสื่อสารกับประชาชน
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. สรุปกันแล้วว่า จากที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) จะไม่ส่งผู้สมัครลงในนามพรรค อดีต สส.ของพรรคจะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย 3 คน ในพื้นที่เขตที่ 1, 2 และ 3 ของ จ.นครราชสีมา ส่วนอดีต สส.ปราจีนบุรีของ ชพน. (นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา) ไม่ได้มา เพราะมีปัญหาเรื่องผู้หญิง โดนขับออกจากพรรค ปชน. เราจะไปรับก็ไม่เหมาะสม

“อดีตรมต.เดือน” มนพร เจริญศรี อดีต สส.เขต 2 นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปราศรัยพบปะชาวบ้าน ขอเสียงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย รวมพลังชาวนครพนม เลือก นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต สส.เขต 1 นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 และนายชาญชัย คำจำปา ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย นางมนพร กล่าวว่า นโยบายที่จะต้องสานต่อคือ การแก้หนี้สินให้กับประชาชนที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ให้สามารถกู้ได้คนละ 50,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำ นอกจากนี้ยังมีนโยบายแก้หนี้เสียสำหรับประชาชน ที่เป็นหนี้กับธนาคารรัฐ ไม่เกิน 2 แสนบาท ชำระเพียง 10% ที่เหลือรัฐบาลช่วย เกษตรกรได้พักชำระหนี้ ทั้งต้น และดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 ปี
2 ปีที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล แก้หนี้ช่วยเกษตรกรมาแล้วกว่า 6 แสนราย แต่วงเงินคนละไม่เกิน 3 แสนบาท หากเป็นรัฐบาลรอบหน้าเพิ่มวงเงินเป็น 5 แสนบาท ยืนยันว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะมีศักยภาพ ไม่ต้องกังวลจะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนสร้างหนี้เพิ่ม ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี และสามารถหาเงินมาบริหารประเทศได้ ไม่ก่อหนี้ให้ประเทศได้รับผลกระทบ รัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยวของประเทศ

ที่พรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในรัฐบาลนายอนุทิน มีตัวเลขโยกย้ายข้าราชการล่าสุดคือ 395 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไม่มีที่สิ้นสุด คาดว่าคิวต่อไปจะเป็นหัวหน้าสำนักงานระดับจังหวัด ทั้งนี้ เรามีผู้ว่าราชการทั้งหมด 76 จังหวัด 50 คนโดนโยกย้ายไปแล้ว ส่วนของกรมทั้งหมด 6 กรม ย้ายไปแล้ว 5 กรม ปลัดจังหวัด 76 จังหวัด ย้ายไปแล้ว 40 คน ขณะที่นายอำเภอมี 787 อำเภอ 200 คนโดนโยกย้ายไปแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนที่น่าตกใจมาก เป็นสัดส่วนที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในระยะสั้นๆ แค่นี้
“การโยกย้ายมีความใกล้ชิดกับเครือข่ายของบางจังหวัด 2 ปีที่นายอนุทินเป็น รมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลเพื่อไทย อธิบดีกรมการปกครองเป็นอดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ทั้ง 2 คน กรมการปกครองมีความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างมาก สามารถควบคุมกลไกในพื้นที่ได้หมดโดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้าน 2.9 แสนคน และอาสาสมัครรักษาดินแดน อีก 2.7 หมื่นคน รวมแล้ว 3.1 แสนคน ในส่วนของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งมีความสำคัญมากกับคดีเขากระโดง ก็เป็นลูกชายของอดีต ผวจ.บุรีรัมย์
ส่วนนายอำเภอ ตัวเลขโยกย้ายใกล้เคียงกับข่าวบ้านใหญ่ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างมาก เช่น จ.ชลบุรีมี 11 อำเภอ ย้ายไปแล้ว 6 อำเภอ จ.สุพรรณบุรี มี 10 อำเภอ ย้ายไป 4 อำเภอ จ.นครราชสีมา เขต 6 เขตเดียวย้ายไป 2 อำเภอ จ.นครปฐม เขต 4 และเขต 6 มีการโยกย้ายนายอำเภออีก แนวทางที่บังเอิญคล้ายคลึงกับที่บ้านใหญ่ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่ใช่การโยกย้ายตามฤดูกาลแน่นอน ขอให้ประชาชนจับตาดูการโยกย้ายเหล่านี้” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

“โฆษกเอิร์ธ” พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 22 ธ.ค.นี้ “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะนำแถลงนโยบายของพรรคในการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ยึดถือเรื่องประกันราคาสินค้าเกษตรก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรค และยังมีเรื่องอื่นๆ อีก พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจนโยบายเศรษฐกิจ เนื่องจากมีรองหัวหน้าพรรคที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ (นายกรณ์ จาติกวณิช) จึงมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ไม่แพ้พรรคอื่นแน่นอน
เมื่อถามถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ อีก 2 คน ที่มีกระแสข่าวว่าอาจเป็นนางการดี เลียวไพโรจน์ และนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคฯ นายพงศกร กล่าวว่า ยังรอการตัดสินใจของ กก.บห.พรรค
“พรรคประชาธิปัตย์เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านเพจของพรรค ในวันที่ 20 ธ.ค. ในแนวคิด “วันศุกร์สีฟ้า เปิดฟ้าใหม่ ช่วยกันส่งเสียงว่าประเทศไทยไม่ควรทนกับอะไรบ้าง” เพื่อนำความเห็นมาเติมเต็มนโยบายของพรรค สำหรับการแก้ปัญหาต่างๆ อาทิ คอร์รัปชัน การศึกษาด้อยคุณภาพ ความยากจนซ้ำซาก”
ที่โรงแรมเลอ มอนเต้ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จัดอบรมสัมมนาว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า พรรคได้ชูนโยบายแก้ปัญหาความมั่นคงในที่ดินทำกินอย่างเบ็ดเสร็จ เตรียมผลักดันให้มีการจัดตั้งศาลที่ดินขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นกลไกกลางในการยุติข้อพิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนระหว่างรัฐและประชาชนที่ยืดเยื้อมานานให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็วและตรงจุด
“ผู้การแมว” พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ได้ลาออกจากพรรค เพราะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร สส. แจ้งว่า ไม่ผ่านการคัดเลือก เพื่อน ๆ ในพรรคเองก็บอกว่าคณะกรรมการตัดสินใจผิดพลาดอย่างมาก ในเรื่องของการคัดสรรตัวบุคคล บกพร่อง ไม่รอบคอบ สอบถามไปยังกรรมการก็ไม่ได้คำตอบ สงสัยว่ามันเป็นความลับขนาดนั้นเลยหรือ จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่พรรคไทยธรรม
“ตอนนี้ยังมีเวลาอยู่จึงขอเชิญชวนคนที่อกหักไม่ว่าจะพรรคใดก็ตาม ให้มาร่วมกันทำงาน ผมจะลงสมัคร สส.เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา ชนกับ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ว่าผู้สมัครของพรรค ปชน. พรรคเคยให้เหตุผลว่า ที่ได้ สส.กทม. เป็นเพราะกระแสของพรรค ไม่ใช่กระแสของตัวบุคคล คะแนนที่ได้ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ สส.ในพื้นที่ จึงค่อนข้างมั่นใจว่าเราสามารถสู้ได้เพราะนางลักขณา ภักดีนฤนาถ ภรรยาของผมก็เป็นสมาชิกสภากรุงเทพฯ (สก.) ที่ทำงานในพื้นที่ ตลอดจนประชาชนรู้จัก มั่นใจว่าสามารถทำคะแนนในพื้นที่ได้”

“หนูนา” กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ความตอนหนึ่งว่า ขอช่วย “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา น้องชาย ชี้แจงเหตุผลที่เขาต้องลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย โดยต้องการชี้แจงเองว่า การเป็นพรรคขนาดเล็กทำงานลำบากมาก ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 นายวราวุธลงในแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่งของพรรค ชทพ. เกือบสอบตก ท็อปได้เป็น สส.ปัดเศษ ในการเลือกตั้งล่าสุด คะแนนพรรค ชทพ. ได้เป็นที่ 3 ด้วยซ้ำ แพ้คะแนนพรรคที่ไม่เคยทำอะไรให้สุพรรณบุรีเลย
“ท็อปกับพวก ต้องการทำงานให้คนสุพรรณ และประเทศชาติโดยรวมอยู่ จึงต้องหาพื้นที่ที่จะสามารถยืนอยู่บนถนนการเมืองต่อไปได้ การลาออกไม่ได้หมายความว่า พวกเขาทิ้งพรรค แต่ถ้ายังอยู่ที่เดิมคงไม่มีพื้นที่ที่จะทำงานการเมืองต่อได้ เหมือนชีวิตของนายบรรหาร ศิลปอาชา บิดา แม้พ่อรักสุพรรณแค่ไหน พ่อก็ยังต้องจากสุพรรณมาเพื่อมาทำมาหากินที่กรุงเทพฯ จนมีฐานะมั่นคง แล้วจึงกลับไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน ถ้านายวราวุธยุติบทบาททางการเมือง จึงจะเป็นการทิ้งงานที่พ่อทำมาไม่สานต่อ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ เดลินิวส์-เครือมติชน ได้จัดทำโพล เลือกตั้ง 69 ฟังเสียงคนไทย ให้โหวตเลือกพรรคที่ชอบ และแคนดิเดตนายกฯ มีนักการเมืองสนใจร่วมทำโพลหลายคนแล้ว อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย รวมทั้ง “คุณจ๋า” ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกฯ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และยังมีประชาชนให้ความสนใจตอบโพลเป็นระยะ สามารถทำโพลได้ที่ https://www.dailynews.co.th/polls/election-2026/
“ทีมข่าวการเมือง”


