เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ฮุน มานี รองนายกรัฐมนตรี กัมพูชา ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า
“ความเชื่อมั่นและความมั่นใจอย่างเต็มที่ของเราอยู่กับผู้นำกัมพูชาและกองกำลังวีรบุรุษของเราในแนวหน้า
ในอีก 9 วันต่อจากนี้ จะครบรอบ 7 เดือนเต็มของความขัดแย้งระหว่างชาวกัมพูชาและประเทศไทย (28 พ.ค. 25-28 ธ.ค. 25)
สิ่งที่ทั้งสองประเทศได้รับจากความขัดแย้งนี้ นอกจากการทำลายล้าง การสูญเสียชีวิต และผลกระทบต่อการดำรงชีพ ยังรวมถึงอนาคตของลูกหลานที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้

เมื่อวานนี้ ภายใต้โครงการ ‘มีนาคมเพื่อสันติภาพ’ ได้เชิญทุกฝ่ายพิจารณาคำถามว่า ‘ถ้าไม่มีผลประโยชน์ต่อใคร ทำไมไม่ยุติความขัดแย้งนี้?’ ความยืดเยื้อของความขัดแย้งจะก่อให้เกิดความพินาศมากขึ้น ครอบครัวแตกแยก ความเจ็บปวดและความทรมานเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน
เรากำลังเรียกร้องให้เกิดสันติภาพ หลังจากผ่านไป 7 เดือน ความเสียหายทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ได้นำไปสู่ความโกรธและความไม่ไว้ใจ ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษา นี่คือเหตุผลที่การยุติความขัดแย้งมีความสำคัญต่อชาวกัมพูชาและชาวไทย
เราต้องกลับไปยังโต๊ะเจรจาตามข้อตกลงที่ประกาศร่วมกันในกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เพื่อเริ่มกระบวนการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเดินหน้าด้วยความปรองดองและการอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำกันมาเป็นร้อยปี
‘มีนาคมเพื่อสันติภาพ’ ไม่ใช่การหาว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิด แต่เป็นการมุ่งเน้นไปที่การสูญเสียชีวิตและการทำลายล้างที่ไม่จำเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและคนรุ่นต่อไปของทั้งสองอาณาจักร”



