เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.น.ส.ชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้ได้รับมอบหมายจากดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการสกสค.ให้กำกับดูแลสำนักการคลัง และสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์นั้น โดยในปีงบประมาณ 2566 สกสค. เคยได้รับเงินสนับสนุนพิเศษสูงถึง 260 ล้านบาท ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 จนถึงปัจจุบัน สกสค. สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายรับสูงกว่ารายจ่าย และไม่ต้องใช้เงินสนับสนุนพิเศษต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ซึ่งผลการดำเนินงานด้านงบประมาณของสกสค.และองค์การค้าของสกสค. ในปี 2568 มีรายรับ จำนวน 2,300.32 ล้านบาท สูงกว่ารายจ่าย จำนวน 264.80 ล้านบาท

รองเลขาธิการสกสค.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้สกสค.ยังได้เร่งรัดติดตามเงินคืนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการบริหารจัดการเงินฝากและทรัพย์สินทางการเงิน ส่งผลให้เงินสนับสนุนพิเศษฯ มีความมั่นคงเพิ่มขึ้นมากกว่า 500 ล้านบาท สะท้อนถึงความเข้มแข็งด้านฐานะการเงินและการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ทำให้องค์กรได้รับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ระดับผ่านดี การประเมินสถานการณ์เป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA) ระดับก้าวหน้า การประเมินหน่วยงานภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ระดับดีมาก และการประเมินความเสี่ยงการทุจริตด้านการใช้จ่ายงบประมาณการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ระดับดีเยี่ยม

“สำหรับแผนงบประมาณประจำปี 2569 ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการสกสค. ยังคงไม่ใช้เงินสนับสนุนพิเศษในการบริหารงาน ซึ่งงบประมาณดังกล่าวสกสค. จะบริหารจัดการด้านสวัสดิการ และสวัสดิภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระหนี้สิน และสร้างความมั่นคงในระยะยาว ตามนโยบายที่มุ่งเน้นการบริหารอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และคืนประโยชน์สู่ครูอย่างยั่งยืน” น.ส.ชนนิกานต์