“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า หลังจากทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ทำผลงานยอดเยี่ยม ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.68 ซึ่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ โดยช่วยกันคว้ามาได้ 233 เหรียญทอง, 154 เหรียญเงิน และ112 เหรียญทองแดง เป็นเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 14 ซึ่งนับเป็นการทวงเจ้าเหรียญทองกลับคืนมาได้ในรอบ 10 ปี หลังเคยทำได้ครั้งล่าสุดในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2015

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อว่า ตามข้อมูลพบว่า จาก 50 ชนิดกีฬาที่บรรจุแข่งขันในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถ้าพิจารณาแยกเฉพาะกลุ่มกีฬาโอลิมปิกสปอร์ต ผลงานนักกีฬาไทยถือว่าดีมาก ๆ หลายสมาคมสามารถสร้างสถิติระดับโลก อาทิ กรีฑา, ยกน้ำหนัก ซึ่งไม่ค่อยได้เกิดขึ้นในซีเกมส์ ทำให้ขณะนี้ กกท. มองไปถึงแผนงานเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ในปีหน้า 2026 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น และกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่เมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ปี 2028 แล้ว ซึ่งการเตรียมนักกีฬาจะต้องทำงานร่วมกับสมาคมกีฬาอย่างใกล้ชิด เก็บตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อสานต่อความสำเร็จต่อไป

“ในส่วนของเอเชียนเกมส์ ปีหน้า กกท. วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเราจะมีการคัดเลือกนักกีฬาอย่างเข้มข้น เน้นเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ ซึ่งจะต่างจากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน ที่เราส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก แต่ครั้งนี้จะเน้นการคัดเลือกนักกีฬาคุณภาพ และคาดหวังผลงานของนักกีฬามากยิ่งขึ้น” ดร.ก้องศักด กล่าว

สำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค.69 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น โดยเจ้าภาพเตรียมจัดการแข่งขันทั้งหมด 41 ชนิดกีฬา ในจำนวนนี้มี 32 ชนิดกีฬา ที่จัดในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส และมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวม 15,000 คน จาก 45 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน.