เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดฟ้าใหม่ ไล่เมฆเทา EP.1 ฟ้าทะลายโจร ตอน “ปราบโกง ต้องทำไง?” ปิดเกมนักโกงเมือง เปิดฟ้าใหม่โปร่งใสไร้คนเทา ให้ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม. 33 เขตของพรรคฯ ฟัง โดยเชิญ นายวิชา มหาคุณ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายต่อภัสสร์ ยมนาค จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายวสันต์ ภัทรอธิคม ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. เป็นวิทยากร

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา หลายคนพยายามผลักดันเรื่องการเมืองสุจริต และต่อสู้กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมาอย่างยาวนาน แต่เชื่อว่า หลายคนยังไม่พอใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะปัญหากลับแย่ลงด้วยซ้ำ ตนอยู่ในการเมือง ได้เอาความซื่อสัตย์สุจริตไปต่อสู้ แต่กลับถูกมองว่า กินไม่ได้ ไม่เท่ากับโกงแล้วทำงานเร็ว กินแล้วทำงานเก่ง จนมาถึงยุคนี้ คนมองว่า เป็นเรื่องปกติเป็นมาตรฐานไปแล้วหรือไม่ ที่จะยอมรับการเมืองที่เงินชี้ขาดในเขตเลือกตั้ง โดยไม่เกรงใจใคร สามารถพูดกันแบบโจ่งแจ้ง และไม่ต้องอายใคร

“คำตอบไม่ใช่แค่การเพิ่มโทษประหารชีวิต เพราะข้อเท็จจริง คนโกงเขามั่นใจว่า ไม่ถูกจับได้ ถ้าถูกจับได้ ก็เอาเงินซื้อกระบวนการตรวจสอบ หรือหนีไปต่างประเทศได้ ดังนั้นเชื่อว่าการเสวนาครั้งนี้เป็นเสื้อเกราะ เป็นอาวุธสำหรับสังคมในการที่จะต่อสู้กับการครอบงำของทุนเทา เงินที่ไม่สุจริต ที่นับวันจะทำให้บ้านเมืองเสื่อมลง ดังนั้นการรณรงค์ไม่เพียงพอ แต่ต้องมีกฎหมายช่วยผลักดันอำนาจของประชาชนให้มีผลอย่างจริงจัง เพราะประชาชนเป็นต้นตอที่รู้ข้อมูลข่าวสารที่แท้จริง มีคนถามว่าจะปราบทุนเทาทางการเมืองกันอย่างไร ผมบอกว่าปราบดีที่สุด กรุณาอย่าเลือกพรรคเทา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันจะนำทุกข้อเสนอจากเวทีนี้ไปร้อยเรียงเป็น “แผนปฏิบัติการล้างปัญหาประเทศ” เพื่อเปลี่ยนความอึดอัดของประชาชนให้กลายเป็นนโยบายที่สร้างประเทศไทยให้โปร่งใสและสุจริตอย่างยั่งยืน

ด้านนายวิชา กล่าวว่า จุดตายของระบบตรวจสอบไทยคือการที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ยากลำบาก และเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสาร ให้ทันสมัยตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญ ในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสให้มีพลังอำนาจจริง ไม่ถูกฟ้องปิดปาก และรัฐรู้อย่างไร ประชาชนต้องรู้เช่นนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต้องถือเป็นข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาต

ขณะที่ นายต่อภัสสร์ กล่าวว่า แนวทางจัดการคอร์รัปชั่นผ่านหลักการสากล และจะปลูกฝังคุณธรรมอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมี “ระบบ” ที่ดีควบคู่กันไป ซึ่งสูตรลับปราบโกง คอร์รัปชั่น = อำนาจดุลพินิจ + การผูกขาด และการตรวจสอบได้ พร้อมเสนอให้รัฐเปิดเผยข้อมูล หรือรายชื่อผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากบริษัทคู่สัญญา เพื่อป้องกันการฮั้วประมูลและทุนเทาแทรกแซงนโยบายรัฐ

ด้าน นายวสันต์ กล่าวว่า ขอเสนอโมเดลความสำเร็จของ Traffy Fondue ที่เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือของทุกคนให้เป็นเครื่องมือแจ้งปัญหาเมือง และสามารถขยายผลสู่การตรวจสอบทุจริตได้ ถ้าเราทำให้การแจ้งคอร์รัปชั่นง่ายเท่ากับการสั่งซื้อของออนไลน์ หรือสแกนจ่ายเงิน เราจะมีข้อมูลมหาศาลจากประชาชน ที่ AI สามารถนำไปวิเคราะห์หาจุดผิดปกติได้ทันที