สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่าหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตในทั้ง 30 ประเทศดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการทูตอาชีพ ได้รับแจ้งว่า ต้องออกจากตำแหน่ง และเดินทางกลับสหรัฐ ภายในกลางเดือน ม.ค. ที่จะถึง

ขณะที่สำนักข่าวโพลิติโครายงานว่า เอกอัครราชทูตจาก 30 ประเทศซึ่งได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกา

ด้านสมาคมข้าราชการต่างประเทศของสหรัฐ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานที่น่าเชื่อถือจากสมาชิก ซึ่งประจำการอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ว่า เอกอัครราชทูตอาชีพหลายคน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยรัฐบาลไบเดน ได้รับคำสั่งทางโทรศัพท์ให้ออกจากตำแหน่งภายในวันที่ 15 หรือ 16 ม.ค. 2569

ทั้งนี้ สมาคมยืนยันว่า “ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการ” เกี่ยวกับการเรียกตัวเอกอัครราชทูตเหล่านี้กลับ และเตือนว่า การเปลี่ยนตัวนักการทูตอาวุโสโดยไม่มีเหตุผล บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของสหรัฐในต่างประเทศ และส่งสัญญาณที่น่าหวาดหวั่นความเป็นมืออาชีพ ในด้านการต่างประเทศของรัฐบาลวอชิงตัน

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ชี้แจงเมื่อวันจันทร์ (22 ธ.ค.) ว่า การเปลี่ยนตัวเอกอัครราชทูต เป็นกระบวนการมาตรฐานในทุกรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า เอกอัครราชทูตเป็นผู้แทนส่วนตัวของประธานาธิบดี และเป็นสิทธิของประธานาธิบดีที่จะต้องแน่ใจว่า มีเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการส่งเสริมวาระ “อเมริกาต้องมาก่อน”

ทั้งนี้ทั้งนั้น เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ได้ยืนยันรายละเอียดของการปลด หรือประเทศที่ได้รับผลกระทบ ว่าคือประเทศใดบ้าง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES