เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม พ.ต.อ.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ ผกก.3 บก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ, พ.ต.ท.จักรพันธ์ จันวนา รอง ผกก.3 บก.ปคม และ พ.ต.ท.ประเวศน์ แสงพรหม สว.กก.3 บก.ปคม. จับกุม นายเจิดจรัสทิพย์ อายุ 27 ปี ตามหมายจับหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ103/2568 ลงวันที่ 23 ม.ค. 68 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าน่าจะไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยจับได้พื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

สืบเนื่องจากผู้เสียหายเห็นเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “ของถูกร้านเจ้เล…” ได้โพสต์ขายเครื่องสำอาง ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อไปยังเพจดังกล่าว และได้ทำการสั่งซื้อเครื่องสำอางจำนวน 3 รายการเป็นเงิน 1,875 บาท และผู้กล่าวหาได้โอนชำระค่าสินค้าไปยังบัญชีธนาคารที่ผู้ใช้เพจดังกล่าวแจ้งไว้ หลังจากที่ผู้กล่าวหาโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ทางผู้ใช้เพจดังกล่าวแจ้งให้ผู้กล่าวหาติดต่อเจ้าหน้าที่จัดส่งสินค้า โดยให้เพิ่มเพื่อนผ่านบัญชีไลน์ ชื่อ “ฝ่ายจัดส่ง แอปเปิ้ล” ผู้เสียหายจึงส่งข้อความไปหาผู้ใช้ไลน์ชื่อ “ฝ่ายจัดส่ง แอปเปิ้ล” เพื่อแจ้งข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า ทางผู้ใช้ไลน์ชื่อ “ฝ่ายจัดส่ง แอปเปิ้ล” อ้างว่าตนเป็นฝ่ายจัดส่งสินค้า และแจ้งว่าผู้เสียหายมีสิทธิได้รับบริการจัดส่งฟรีและได้รับส่วนลดค่าสินค้า 50% โดยต้องทำกิจกรรมโปรโมตร้านค้าให้ครบก่อน กิจกรรมคือการกดไลก์คลิป TikTok ตามที่แอดมินส่งให้ และต้องโอนเงินเพื่อสำรองทุนเข้ามาในระบบก่อนเริ่มทำกิจกรรม ผู้เสียหายได้โอนเงินให้กลุ่มคนร้ายรวมเป็นเงิน 10,905,520 บาท ต่อมารู้ว่าถูกหลอก จึงได้แจ้งความกับ พงส.กก.3 บก.สอท.1 ดำเนินคดี

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. พบว่า นายเจิดจรัสทิพย์ ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง จะเดินทางมาทำธุระที่ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จึงได้วางแผนจับกุม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนไม่ใช่ผู้หลอก แต่รับจ้างเปิดบัญชีให้กับกลุ่มคนร้าย

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหา มีหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 หมาย ดังนี้ กรณีของ สน.อุดมสุข เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 67 ผู้เสียหายติดต่อกับผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “Bes Naruebet” บัญชีดังกล่าวได้ชักชวนให้ผู้กล่าวหาร่วมลงทุนโดยการเทรดบิตคอยน์ ผู้เสียหายร่วมลงทุนโดยโอนเงินจากบัญชีธนาคารหลายครั้ง จำนวน 431,317 บาท เมื่อโอนไปแล้ว ผู้กล่าวหาไม่ได้รับเงินที่ทำการลงทุน ทำให้ได้รับความเสียหาย

และกรณีของ สภ.ถลาง ภ.จว.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 67 ได้มีคนร้ายซึ่งเป็นผู้หญิงทักแชตอินสตาแกรมของผู้เสียหาย ลักษณะทำนองจีบกันระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่ม ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 67 ผู้เสียหายกับหญิงคนดังกล่าวได้แลกไอดีไลน์กัน และได้มาพูดคุยกันต่อในโปรแกรมไลน์ ใช้รูปภาพโปรไฟล์ไลน์ เป็นรูปผู้หญิงผิวขาว สวย โดยในแชตไลน์ก็ได้พูดคุยกันในลักษณะเดิมเป็นการจีบกัน ต่อมาคนร้ายที่ใช้งานไลน์ดังกล่าวได้พูดคุยชักชวนผู้เสียหายวิดีโอคอลเพื่อทำการ Sex Phone กัน ซึ่งเมื่อทำการเปิดกล้องวิดีโอคอลกัน ภายหลังคนร้ายได้ทักข้อความไลน์มาหาผู้เสียหายอีกครั้ง โดยครั้งนี้คนร้ายได้ส่งภาพที่ผู้เสียหายช่วยตัวเองผ่านการวิดีโอคอลกลับมาให้ดู แล้วพูดจาข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพดังกล่าวทางสื่อออนไลน์ให้ประชาชนทั่วไปดูกัน หากไม่ต้องการให้เป็นข่าวหรือเผยแพร่ผ่านทางสื่อออนไลน์ให้โอนเงิน 35,000 บาท ไปให้โดยทางคนร้ายแจ้งว่าจะลบรูปให้ ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าภาพดังกล่าวจะถูกเอาไปเผยแพร่ ได้ทำการโอนเงินจำนวน 35,000 บาทไปให้กับคนร้าย แต่หลังจากโอนเงินครบแล้ว คนร้ายได้ติดต่อทางไลน์บอกว่า ลบรูปแล้ว แต่ต้องการให้โอนเงินอีก 100,000 บาท สำหรับการลบคลิปวิดีโอ ผู้เสียหายไม่เชื่อจึงไม่ได้โอนเงินอีก.