นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ทิศทางดูแลประกันภัยสุขภาพในปี 69 ยอมรับว่ายังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อบริการทางการแพทย์ที่สูงขึ้น อีกทั้งยังมีข้อจำกัดเรื่องการเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่ง สมาคมฯ ได้เสนอโมเดลประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ โดยการแบ่งกลุ่มโรงพยาบาล เป็น 3 กลุ่ม โดยระยะแรกแบ่งเป็นกลุ่มระหว่างโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการทำประกันสุขภาพแก่ประชาชน โดยมีการเสนอเบี้ยประกันที่หลากหลาย
ตัวอย่างเช่น หากเบี้ยประกันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100 บาท การประกันภัยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐอย่างเดียว อาจเหลือเบี้ยประมาณ 60 บาท และการประกันภัยที่ครอบคลุมโรงพยาบาลเอกชนกลุ่มไฮเอนด์ อาจยังคงเบี้ย 100 บาทเท่าเดิมเป็นต้น ส่วนหากเป็นการประกันภัยที่ครอบคลุมโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป ไม่ใช่ไฮเอนด์ อาจคิดเบี้ยถูกลงที่ 75 บาท โดยเบื้องนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดอัตราเบี้ยประกันสุขภาพแบบใหม่ที่เหมาะสม
“คาดหวังว่า การทำประกันสุขภาพ แบบใหม่ ระยะแรก จะเริ่มรับประกันการรักษาเฉพาะ โรงพยาบาลรัฐก่อน คาดว่าเริ่มได้ในไตรมาสแรกของปี69 ขณะที่ระยะที่ 2 กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน คาดว่าจะเริ่มในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 ของปีหน้า”
นายสมพร กล่าวว่า สมาคมฯคาดการณ์ว่า ตลาดประกันสุขภาพในปี 68 เติบโตเป็นเลขสองหลักและในปี2569 คาดการณ์เติบโต 9-10% จากปัจจัยสนับสนุน สังคมผู้สูงอายุ ที่ต้องเตรียมตัวเผชิญโรคภัยที่เพิ่มขึ้น ความตระหนักถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ออกสู่ตลาด
“เบี้ยประกันภัยสุขภาพ ปี 68 มีอัตราเติบโตสูงถึง 20.5- 21.5% แม้ในปี 69 อัตราเติบโตจะชะลอตัวลงมาที่ 9 – 10% แต่ยอดเบี้ยประกันภัยยังคงเพิ่มขึ้นจาก 1.9 หมื่นล้านบาท ไปแตะระดับ 2.1 หมื่นล้านบาท”



