เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พร้อมด้วยนางพนารัตน์ คนขยัน วัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี รับส่งมอบหนังสือผูกใบลานลำมหาชาติ จารด้วยอักษรธรรมอีสาน สำนวนเทศน์พื้นเมืองอุบลราชธานี จัดสร้างในวาระ 100 ปีชาตกาล พระมงคลธรรมวัฒน์ (ญาท่านบุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) จากคณะสงฆ์วัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี โดยมีพระศรีวิสุทธิมุนี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ส่งมอบ ที่ วิหารหลวงพ่อเงิน 700 ปี วัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

ทั้งนี้เนื่องในวาระ 100 ปีชาตกาล พระมงคลธรรมวัฒน์ ที่จะถึงในปี 2569 คณะศิษยานุศิษย์ได้อนุสรณ์ถึงปฏิปทา และจริยาวัตรแห่งความเป็นพระมหาเถระผู้รัตตัญญู จึงได้สร้างอนุสรณ์สถาน 100 ปีชาตกาลไว้ในสถานที่ซึ่งท่านเคยปักกลดภาวนานิมิตเห็นหลวงพ่อเงินและฆ้องทองคำ พร้อมทั้งจัดสร้างเหรียญที่ระลึก หล่อรูปเหมือนและสร้างวิหารหลวง 100 ปี สำหรับประดิษฐาน เพื่อถวายเป็นทักษิณานุปทาน และยังได้จัดสร้างหนังสือผูกใบลานลำผะเวส จารด้วยอักษรธรรมอีสาน สำนวนเทศน์ดั้งเดิมพื้นเมืองอุบลราชธานี เพื่อถวายแก่วัดต่างๆ สำหรับเทศนาสั่งสอนพุทธศาสนิกชน และมอบให้แก่หน่วยงานสำคัญต่างๆ เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นมรดกอันทรงคุณค่าของแผ่นดิน เป็นการจรรโลงรักษาไว้ซึ่งอักษรธรรมอีสาน และสำนวนเทศน์ (สังวาด) บุญผะเวส ดั้งเดิมของเมืองอุบลราชธานีให้คงอยู่สืบไป

สำหรับพระมงคลธรรมวัฒน์ เป็นที่เคารพสักการะของชาวอุบลราชธานี และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ชาวอุบลเรียกท่านว่า “ญาท่านบุญจันทร์” หรือ “ญาท่านจันทร์” ประวัติชีวิตของท่านเป็นที่รู้จักในหมู่ทหารสหรัฐอเมริกาซึ่งมาตั้งฐานทัพอยู่ในจ.อุบลราชธานี ช่วง พ.ศ. 2510-2518 หลังเหตุการณ์เครื่องบินทหารสหรัฐอเมริกา ตกบริเวณหมู่บ้านปากน้ำ ท่านมีความเข้มขลังด้านสรรพวิทยาคม ตลอดจนการใช้มหาทิพย์มนต์เมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยซึ่งสืบทอดกันมาจากครูบาธรรมวงศ์ วัดบ้านผาแก้ว สู่พระครูวิโรจน์รัตโนบล (รอด นนฺตโร) วัดทุ่งศรีเมือง ท่านได้รับยกย่องว่าเป็นพระเถระซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนาท้องถิ่น และเป็นผู้มีบทบาทในการรักษาอักษรธรรมอีสาน ทั้งยังเป็นผู้นิมิตเห็นและอัญเชิญหลวงพ่อเงิน 700 ปี พระชัยหลังช้างแห่งกองทัพพระวอ-พระตา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญของ จ.อุบลราชธานี ขึ้นจากใต้พื้นดิน ใน พ.ศ. 2515 เป็นเหตุให้ทหารสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาตั้งฐานทัพอยู่ใน จ.อุบลราชธานี ในห้วงเวลานั้น เกิดความเลื่อมใสและช่วยพัฒนาวัดปากน้ำตลอดจนชุมชนให้มีความก้าวหน้า ท่านได้บำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติและพระศาสนาจวบจนถึงกาลมรณภาพ



