สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่าคณะมนตนีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) จัดการประชุมฉุกเฉืนเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา ซึ่งการประชุมเกิดขึ้นตามคำขอของรัสเซียและจีน


นายไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ตอบโต้คำวิจารณ์ทั้งหมด โดยยืนยันว่า สหรัฐจะดำเนินการทุกวิถีทางภายใต้อำนาจที่มี เพื่อปกป้องภูมิภาค พรมแดน และชาวอเมริกัน พร้อมทั้งย้ำว่า รัฐบาลวอชิงตัน “จะกดดันขั้นสูงสุด” ต่อประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด “ลอส เดล โซเลส” แม้หลายฝ่ายให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าแก๊งที่ว่านั้น “ไม่มีอยู่จริง”


ขณะที่นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวว่า การกระทำของสหรัฐขัดต่อบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ พร้อมทั้งเรียกการที่รัฐบาลวอชิงตันประกาศมาตรการปิดล้อม ต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรและมีความเกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา “เป็นการรุกราน” และรัฐบาลอชิงตันต้องรับผิดชอบต่อ “ผลกระทบอันเลวร้าย” ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินพฤติกรรมเช่นนี้


ด้านนายซุน เล่ย รองผู้แทนถาวรจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า จีนคัดค้านการกระทำฝ่ายเดียวและการกลั่นแกล้งรังแกทุกรูปแบบ และสนับสนุนทุกประเทศในการปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิแห่งชาติของตนเอง


นับตั้งแต่เดือนก.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐเดินหน้าเสริมกำลังทางทหาร ในเขตน่านน้ำสากลทะเลแคริบเบียน และปฏิบัติการโจมตีเรือขนาดเล็กหลายสิบลำ ซึ่งอ้างว่าลักลอบขนส่งยาเสพติดให้กับเวเนซุเอลา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 100 ราย ท่ามกลางความสงสัยและเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย เกี่ยวกับ “ความชอบธรรมทางกฎหมาย” เนื่องจากจนถึงตอนนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังไม่เคยแสดงหลักฐาน ว่าเรือเหล่านั้นหรือบุคคลที่อยู่บนเรือ มีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างไร.

เครดิตภาพ : AFP