เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมโดรน หรือ อากาศยานไร้คนขับ ที่นำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 2,500 ลำ ที่โกดังแห่งหนึ่งที่ จ.ปทุมธานีนั้น ทาง ตำรวจ จะเป็นผู้สืบสวนขยายผลว่าใครเป็นนำเข้ามา อย่างไรก็ตามโดรนดังกล่าวเป็นโดรนขนาดเล็กติดกล้อง ไม่สามารถดัดแปลงใช้เป็นโดรนโจมตีได้ จะใช้ได้เป็นโดรนสอดแนมเท่านั้น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีโดรนที่บินใกล้สนามบินสุวรรณภูมิแล้วถูกตำรวจจับเจ้าของได้เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา
“สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่า โดรน รุ่นต่างๆที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยต้องมาขออนุญาต เพื่อตรวจสอบสเปก และการใช้คลื่นความถี่จากสำนักงานก่อน ขณะที่ผู้ที่ต้องการซื้อโดรนเพื่อใช้งานในด้านต่างๆ จากร้านค้า ต้องมาขอจดทะเบียนกับทางสำนักงาน กสทช. ก่อน โดยห้ามไม่ให้ผู้ขายส่งมอบโดรนแก่ผู้ซื้อในทันที ผู้ซื้อต้องนําใบเสร็จรับเงิน หรือใบสั่งซื้อโดรน ไปขอขึ้นทะเบียนกับสํานักงาน กสทช. ให้เรียบร้อยก่อน โดยนําใบรับรองการขึ้นทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้วมารับสินค้าจากร้านค้าในภายหลัง เหมือนการครอบครองอาวุธปืน ซึ่งเป็นไปตามประกาศ กสทช. ที่ออกมาบังคับใช้เมื่อ 28 ส.ค. ที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุไม่สงบชายแดนกัมพูชา เพื่อให้ตำรวจและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทำงานได้ง่าย หากพบโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตก็สามารถจับกุมได้ทันที เนื่องจากโดรนสามารถนำมาพัฒนาเป็นอาวุธทางการทหารได้ เพื่อป้องกันการนำโดรนไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ซึ่งทางสำนักงาน กสทช.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กวดขันจับกุมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว”

ด้าน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ทางสำนักงาน กสทช. จะดูแลเรื่องการขออนุญาตนำเข้าและ จดทะเบียนโดรน ส่วนสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. จะเป็นหน่วยงานควบคุมการบิน ใครจะนำโดรนขึ้นบินต้องขออนุญาต จาก กพท. ซึ่งทางเหตุการณ์ปะทะชายแดนเขมร และมีการนำโดรนมาใช้ในยุทวิธีทางทหาร เช่น โดนนพลีชีพ นั้น ทาง ฝ่ายปราบปราม ของสำนักงาน กสทช. ก็ได้ออกตรวจกวดขันในเรื่องโดรนผิดกฎหมายและจับกุมโดรนผิดกฎหมายได้เป็นระยะๆ ซึ่งโดรนที่จับกุมได้ 2,500 ลำ นั้นทางตำรวจจะขยายผลต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ก็เคยจับกุมโดรนการเกษตรที่นำมาดัดแปลงเป็นโดรนที่ทิ้งระเบิดได้
อย่างไรก็ตามสำหรับโดรนพลีชีพที่ใช้ในชายแดนเขมรนั้น เป็นการใช้โดรนแบบมีสายไฟเบอร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ตัดสัญญาณใช้คลื่นถี่ ซึ่งป้องกันต้องใช้วีธียิงให้ตก ใช้วีธีใช้อุปกรณ์ตัดคลื่นความถี่และคลื่นวิทยุที่ใช้บังคับไม่ได้ สำหรับการจะนำโดรนบินจากชานแดนเข้ามาในเมืองหลวง เช่น กทม. เป็นเรื่องยาก ส่วนใหญ่ จะใช้วีธีการลักลอบชนเข้ามายังพื้นที่เป้าหมายแล้วจึงนำโดรนขึ้นบิน เหมือนกรณีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งการป้องกันเหตุด้านความมั่นคง จึงต้องมีการกวดขันสืบสวนจับกุมอย่างเข้มงวด ซึ่งทางสำนักงาน กสทช.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวของดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
“ปัจจุบันการควบคุมเรื่องโดรนมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน กสทช. เป็นผู้อนุญาตนำเข้าตรวจสเปก และจดทะเบียนครอบครอง ส่วน กพท. จะเป็นผู้อนุญาตในการนำโดรนขึ้นบิน และส่วนการบังคับใช้กฎหมายจับกุมเป็นหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะให้มีหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่เห็นด้วยและควรจำเป็นต้องมีเพื่อให้การแก้ปัญหาทำได้รวดเร็วและมีเอกภาพมากขึ้น” นายไตรรัตน์



