เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบเบอร์ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคประชาชน ได้หมายเลข 46 กล่าวว่า ด้านความพร้อมเราพร้อมเต็มที่ทั้งตัวผู้สมัครและนโยบายพรรค ไม่มีข้อกังวลใดๆ ส่วนใหญ่พรรคใหญ่ได้เลข 2 หลัก มีไม่กี่พรรคที่ได้เลขตัวเดียว และคงไม่ได้เป็นเครื่องตัดสินอะไร อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คงต้องรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิให้มาก ให้เห็นถึงนโยบายและความตั้งใจของผู้สมัครของเรา รวมถึงการรณรงค์เรื่องการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า และการใช้สิทธินอกราชอาณาจักร
เมื่อถามว่าจะมีการวางยุทธศาสตร์ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อพลิกเกมอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ในการหาเสียง 2 ครั้งที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับทุกคนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน คะแนนธรรมชาติที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากการที่พรรคไปปั้นแต่งอะไรขึ้นมา แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงและมาร่วมกัน ตนเชื่อว่าทั้งแคมเปญการเปิดรับบริจาคที่เราเองยืนยันในจุดเดิมว่าเงินที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งมาจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะว่าเราอยากให้ที่มาในการเข้าสู่อำนาจของเรามีความถูกต้องตรงไปตรงมาและมาจากประชาชนจริงๆ นี่จึงเป็นยุทธศาสตร์ของเราในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะฝ่ามรสุมในการจับตาจับผิดในการหาเสียงอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็คงหนีไม่พ้น ครั้งนี้เราเป็นพรรคอันดับหนึ่งแล้ว ก็คงไม่มีใครประมาทหรือมองเราเป็นม้านอกสายตา คมหอกคมดาบทุกอย่างก็คงพุ่งเป้ามาที่เรา ตนก็มีความเชื่อมั่นในตัวเอง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรคทุกคนรู้ดีว่ามีกติกาและข้อกฎหมายใดที่ต้องระมัดระวังบ้าง แต่ข้อกฎหมายต่างๆ เหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้เรากลัวหรือไม่กล้าทำอะไรเลย เรายังยืนในหลักการของเราอยู่ ส่วนจะมีการติดตามข้อกล่าวหาต่างๆ อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีทีมงานติดตามมอนิเตอร์อยู่ตลอด และทีมในการชี้แจงตลอดเช่นกัน เราทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า ขอให้ทุกคนอย่าหมดหวังการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญที่สุด ทุกเสียงของประชาชน นอกจากจะเลือก สส.แล้วยังเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่มีเสียง สว.มาร่วมโหวตเลือกนายกฯ กำหนดหน้าตาของรัฐบาลได้อย่างแท้จริง ถ้าใครเห็นความสำคัญของพรรคประชาชน ไม่อยากเห็นเครือข่ายสีเทามาครอบครองประเทศ อยากได้เรื่องของการปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัย มีการสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ขอให้เลือกพรรคประชาชน เชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนได้ติดตามข่าวสารจากพรรคประชาชนอย่างครบถ้วน พวกเราสื่อสารทุกอย่างบนผลประโยชน์ของประชาชน มั่นใจว่าทั้งตัวผู้สมัครและนโยบายพรรคจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่ามีการเปรียบเทียบในเรื่องตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของนายณัฐพงษ์กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในยุคนี้ประเทศมีปัญหารุมเร้า จึงไม่ได้ต้องการผู้นำที่มีความเข้มแข็งเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ต้องการผู้นำที่มีทีมที่เข้มแข็ง ซึ่งทั้ง น.ส.ศิริกัญญา และนายวีระยุทธ การญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ ต่างเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และมีการเปิดตัวทีมรองนายกฯ รวมทั้งผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้ง 99 คน เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเรามีความพร้อมที่สุดในการส่งมอบนโยบายสู่ประชาชน ใครที่ไม่เคยเลือกพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลมาก่อน ขอให้เชื่อมือ เชื่อใจ และเชื่อมั่นในทีมงานของเราได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนต้องแข่งกับทีมบ้านใหญ่ที่มาจากพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราเข้ามาทำงานตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เพื่อต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในกติกา จึงไม่ได้กังวลหรือกลัวในกติกาของเขา วิธีการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงคือสร้างผู้แทนประชาชนที่มาจากประชาชนจริงๆ ไม่ได้มาจากทุนใหญ่ ส่วนผลโพลที่พรรคประชาชนมีคะแนนนำก็ไม่ได้ประมาท เพราะไม่เคยดูถูกประชาชนว่าจะมีใครเป็นเจ้าของ ยังคงทำงานและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาทุกวัน และคิดว่าจะทำให้ชนะการเลือกตั้งได้
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เบอร์อะไรไม่สำคัญ ขอให้ประชาชนจำโลโก้สามเหลี่ยมหัวกลับของพรรคประชาชนเท่านั้นก็พอ.



