นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมส่งมอบความสุขให้แก่เกษตรกรและประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 โดยหน่วยงานในสังกัดของกรมวิชาการเกษตรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผ่านการจัดกิจกรรมสำคัญ 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 “มอบของขวัญให้เกษตรกรไทยจากใจกรมวิชาการเกษตร” โดยหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมวิชาการเกษตร กว่า 40 หน่วยงาน ครอบคลุม 30 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนเกษตรกรอย่างครบวงจร ประกอบด้วย
1. การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตพืช ผ่านแผ่นพับ เอกสารวิชาการ และ E-book เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพผลผลิต 2.มอบพันธุ์พืชพันธุ์ดีและปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ทั้งพันธุ์พืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน มะนาว มะพร้าว เมล็ดพันธุ์และท่อนพันธุ์พืชสวนและพืชไร่ รวมถึงปัจจัยการผลิตคุณภาพ เช่น ปุ๋ยหมักเติมอากาศแหนแดง และชีวภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3.มอบผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร เช่น ชาใบมะรุม และยาหม่องสมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรไทย 4.งานบริการด้านการรับรองมาตรฐาน ให้บริการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ การออกใบรับรองและการควบคุมกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
กิจกรรมที่ 2 “เที่ยวทั่วไทยสุขใจไปกับกรมวิชาการเกษตร” เปิดสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้ประชาชนเข้าชมฟรี พร้อมลดค่าบริการในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการเรียนรู้ด้านการเกษตร โดยมีกิจกรรมและบริการ ดังนี้ 1.เปิดศูนย์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร และศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ ให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปสัมผัสทัศนียภาพที่สวยงามและความหลากหลายของพรรณไม้พร้อมร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การชมนิทรรศการพืชพันธุ์ดีของกรมวิชาการเกษตร และฐานเรียนรู้ด้านการเกษตรรูปแบบต่าง ๆ 2.จุดบริการประชาชน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้บริการเครื่องดื่มจุดพักรถ เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงการแจกแผ่นพับและเอกสารวิชาการด้านการเกษตร 3. บริการที่พักราคาประหยัด ให้บริการที่พักราคาพิเศษ รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 100 คนต่อวัน รวมถึงเปิดให้บริการลานกางเต็นท์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมและบริการได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวางและแม่จอนหลวง) ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแพร่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรภูเก็ต
กิจกรรมที่ 3 “โครงการตลาดนัดชุมชน” จัดตั้งตลาดชุมชนภายในหน่วยงาน 5 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวางและแม่จอนหลวง) และศูนย์วิจัยเกษตรที่สูงเพชรบูรณ์ เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิต พันธุ์ไม้ ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา เพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน
“กิจกรรมทั้ง 3 กิจกรรม จัดขึ้นเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีคุณภาพ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรไทยมีกิน มีใช้ มีรายได้พอเพียง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี”



