ในทุกปีแต่ละวงการจะมีเรื่องประเด็นดราม่าให้ถูกพูดถึงอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่วงการสงฆ์ ที่มักจะมีประเด็นดราม่าอยู่เป็นประจำ และในปี 2568 ก็เช่นกัน ซึ่ง “ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์” ได้รวบรวมมาไว้ให้แล้ว
“อ.เบียร์” ยอมขอขมา พูดเปรียบสรีระพระเกจิกับหมาแมว
เรื่องดราม่าในวงการสงฆ์ เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2568 ในเดือน ม.ค. กันเลย เมื่ออยู่ๆ นายสัญชัย วันพิรัตน์ หรือ “อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” ได้กล่าวผ่านทางช่องยูทูบของตัวเองถึงสรีระของพระเกจิที่มรณภาพไม่เน่า เปรียบกับหมาแมว แน่นอนว่าเมื่อถูกเผยแพร่ออกไป สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ของพระเกจิอาจารย์รูปต่างๆ และหนึ่งในนั้นคือ พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณประสาร” ที่เป็นศิษย์ “หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก” วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งศพของ “หลวงพ่อรวย” ก็ไม่เน่า เก็บไว้ในโลงให้คนมากราบไหว้ เพื่อให้รำลึกถึงคุณงามความดีของ “หลวงพ่อรวย” ดังนั้น “เจ้าคุณประสาร” จึงต้องออกมาพูดเตือนสติ “อ.เบียร์” ว่า ในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น พระองค์สอนพุทธศาสนิกชนให้ยึดทางสายกลาง ไม่ให้พูดจาก้าวร้าว หรืออย่าเพ่งโทษคนอื่นจนเกินควร
ขณะที่ “อ.เบียร์” ก็ถูกกระแสโจมตีจากศิษยานุศิษย์ของพระเกจิรูปต่างๆ จากการออกมาพูดในลักษณะดังกล่าว จนทำให้ “อ.เบียร์” ยอมรับในความผิดที่ใช้คำพูดที่อาจดูก้าวร้าวและรุนแรง พร้อมทั้งได้เข้ากราบสักการะ “เจ้าคุณประสาร” ทั้งระบุว่า หาก มหาเถรสมาคม (มส.) หรือคณะสงฆ์ไม่สบายใจ ก็พร้อมที่จะเข้าขอขมาต่อ มส. ด้วย

ปลด “เจ้าคณะตำบล” จ้างพระรูปอื่นเข้าสอบบาลี
ต่อกันด้วยเรื่องสั่นสะเทือนวงการบาลี เมื่อ พระครูภัทรญาณวิโรจน์ เจ้าอาวาสวัดดงป่างิ้ว ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลมะขุนหวาน ได้กระทำการอันเป็นความผิดร้ายแรง และเป็นเหตุเสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา ด้วยการว่าจ้างให้พระภิกษุรูปอื่นเข้าสอบบาลีสนามหลวงประโยค ป.ธ.5 แทน ซึ่งถือเป็นการทุจริตในการสอบบาลีสนามหลวง
พระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีคำสั่งเรื่อง ปลด พระครูภัทรญาณวิโรจน์ จากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดงป่างิ้ว และเจ้าคณะตำบาลมะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. 2568 เพราะได้กระทำการอันเป็นความผิดร้ายแรง และเป็นเหตุเสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา ด้วยการว่าจ้างให้พระภิกษุรูปอื่นเข้าสอบบาลีสนามหลวง ประโยค ป.ธ.5 แทนตน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และประกาศของมหาเถรสมาคม อีกทั้งยังเป็นการทุจริตในการสอบ

วิจารณ์สนั่นโซเชียลภาพพระสงฆ์ซื้อไอโฟน-17
เมื่อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังอย่างไอโฟน ออกรุ่นใหม่คือ ไอโฟน-17 แถมยังทำสีออกมาคล้ายกับจีวรพระสงฆ์เข้าไปอีก งานนี้ย่อมไม่พ้นถูกมือดีทำภาพโดยใช้เทคโนโลยี AI เป็นภาพพระสงฆ์หลายรูปกำลังเข้าซื้อไอโฟน-17 เผยแพร่ผ่านทางโลกโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม
ร้อนถึง พระวัฒนวชิรเมธี หรือ “เจ้าคุณธีรวิทย์” อดีตรองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ต้องนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบกับเครื่องมือ Hive Moderation ที่ใช้ตรวจสอบภาพ AI พบว่าภาพนี้มีแนวโน้มที่จะมีเนื้อหาที่สร้างโดย AI หรือ Deepfake ถึง 94.9% ก่อนที่จะจบกรณีภาพดราม่าดังกล่าว ด้วยการสอนธรรมะ ว่า “การบริโภคสื่อในโลกยุคปัจจุบัน ควรมีวิจารณญาณ ตามหลัก กาลามสูตร อย่างมีสติ”

เรื่องวุ่นๆ ในการแต่งตั้ง “เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี”
หลังจากเกิดกระแสการต่อต้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสีมาติดต่อกันนานหลายปี จนกระทั่งมีการแต่งตั้ง พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโอภาสี ซึ่งช่วงแรกก็ดูเหมือนกระแสต่อต้านจะเงียบลง เพราะ พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ เป็นพระที่ไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งยังเป็นพระนักพัฒนาอีกด้วย
แต่แล้วก็ไม่วายเกิดเรื่องขึ้นจนได้ โดยในงานบุญกฐินสามัคคีประจำปี วัดหลวงพ่อโอภาสี เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2568 หลังจากที่ พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ ได้ประกาศกลางงานว่าได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสโดยสมบูรณ์แล้ว ก็เกิดมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งคัดค้านกลางงานกฐิน กล่าวหาว่า พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ แต่งตั้งตัวเองเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และก่อนจะเกิดความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทัน
อย่างไรก็ตามต่อมาทางเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับแวดวงคณะสงฆ์ ได้มีการโพสต์ภาพตราตั้งเจ้าอาวาส วัดหลวงพ่อโอภาสี และรูป พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ เข้ารับตราตั้งเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี จาก พระพรหมวัชรวิมลมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ที่พระอุโบสถวัดมหาธาตุฯ เพื่อเป็นการยืนยันว่า พระครูโกศลปริยัตยานุกิจ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโอภาสี อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. 2568

จบดราม่า “พระหาอุเทน” ย้ายออกจากวัดชนะสงคราม
สำหรับที่สุดของดราม่าวงการสงฆ์ปี 2568 ต้องยกให้กับเรื่อง “พระมหาอุเทน ปญฺญาปริทตฺโต” พระนักเทศน์ชื่อดัง แห่งวัดชนะสงคราม ซึ่งโดยปกติแล้ว พระมหาอุเทน จะมีการเทศน์สอนธรรม ผ่านทางไลฟ์สดช่องของท่านเองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่แล้วอยู่ๆ ท่านกลับไปพูดพาดพิงถึงฆราวาส ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่เหมาะสม ทั้งต่อ แพรรี่ ไพรวัลย์, อ.เบียร์ และ อ.จตุรงค์ จงอาษา พร้อมกับมีการโพสต์โจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง เหยียดเพศสภาพ ทำให้ประเด็นบานปลายกลายเป็นดราม่าในโลกโซเชียล เพราะส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการดูถูกและเหยียดหยามเพศสภาพบุคคลอื่น ทั้งยังถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ที่พาดพิงถึงฆราวาส ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ด้วย
แม้ทางวัดชนะสงครามจะมีหนังสือคำสั่งตักเตือนถึง พระมหาอุเทน พร้อมทั้งมีมติให้ภาคทัณฑ์ไว้ และให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว แต่ พระมหาอุเทน กลับยังไม่ยอมหยุด จึงมีการเสนอทางเลือก 2 ทาง โดย 1.ให้ย้ายออกจากวัด 2.ให้คณะอื่นๆ รับไว้ แต่ พระมหาอุเทน กลับมีการละเมิดคำสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังมีการกล่าวพาดพิงเจ้าคณะ ทำให้ไม่มีเจ้าคณะในวัดชนะสงครามกล้าที่จะรับ พระมหาอุเทน จึงเป็นเหตุให้ พระหาอุเทน ตัดสินใจขนของออกจากวัดชนะสงครามไปเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ซึ่งมีการคาดกันว่า จุดหมายปลายทางที่พระมหาอุเทน จะไปอยู่นั้นคือ สำนักวิปัสสนากรรมฐาน พรหมญาณธรรมาราม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ คณะ 7 สาขาวัดคีรีวงศ์ จ.นครสวรรค์ แต่ พระมหาอุเทน ก็หายหน้าไปจากโลกโซเชียลนานถึงเกือบ 2 สัปดาห์ และสถานที่ที่ พระมหาอุเทน ไปอยู่ก็ยังเป็นปริศนา เพราะไม่มีใครมายืนยันได้ว่า พระมหาอุเทน ไปอยู่ที่ใด
จากนั้นวันที่ 21 ต.ค. พระมหาอุเทน ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงเฟซบุ๊ก บอกว่า “การแสดงธรรมในครั้งนี้ได้มาอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมพรหมญาณธรรมาราม จ.นครสวรรค์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และที่สำนักแห่งนี้ ก็เป็นสถานที่ที่ตนเคยได้ร่วมทำบุญสร้างสำนักแห่งนี้ด้วย”….ถือว่าเป็นการจบเรื่องนี้ลงด้วยดี และ พระมหาอุเทน ก็ได้ใช้สถานที่แห่งนี้ ในการเทศน์สอนธรรมให้กับพุทธศาสนิกชนได้ต่อไป



