เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 – นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่าน Facebook “หมอเจด” ว่า หลายคนทราบตัวเองว่าไตเริ่มเสื่อม แต่ยังใช้ชีวิตและบริโภคอาหารเหมือนเดิม โดยไม่รู้ว่าอาหารบางชนิดอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
ไตเป็นอวัยวะที่ซ่อมตัวเองได้น้อยมาก หากกรองของเสียหนักทุกวันโดยไม่พัก ค่าไตก็จะทรุดลงอย่างต่อเนื่อง หมอเจดจึงแนะนำให้ผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมระมัดระวังอาหารและพฤติกรรมดังนี้
1. อาหารเค็มจัดและโซเดียมสูง
อาหารรสเค็ม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส อาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น ความดันสูง และทำลายหลอดเลือดฝอยในไตแบบเงียบ ๆ สำหรับผู้ไตเสื่อม ควรลดปริมาณโซเดียมให้น้อยที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ “ไม่เค็มมาก”
2. โปรตีนสูงเกินความจำเป็น
การบริโภคโปรตีนมากเกินไป โดยเฉพาะเนื้อแดง เครื่องใน หรือเวย์โปรตีน จะเพิ่มของเสียไนโตรเจน ทำให้ไตต้องกรองหนักขึ้น คนไตเสื่อมควรกินโปรตีนพอดีตามระดับไต ไม่เน้นปริมาณสูงเหมือนสายฟิตเนส
3. ฟอสฟอรัสสูงโดยไม่รู้ตัว
อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น เครื่องใน นมวัว ชีส อาหารแปรรูป เครื่องดื่มสีโคล่า และผงปรุงรสหลายชนิด อาจสะสมในเลือด ทำให้กระดูกบาง คัน และเหนื่อยง่าย จึงควรระวังเป็นพิเศษ
4. ผลไม้โพแทสเซียมสูง
ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ทุเรียน มะม่วงสุก อะโวคาโด และน้ำมะพร้าว หากบริโภคผิดจังหวะอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ คนไตเสื่อมระยะกลาง–ปลาย ควรจำกัดปริมาณและไม่กินหลายชนิดพร้อมกันในมื้อเดียว
5. สมุนไพรและอาหารเสริมที่ไม่จำเป็น
สมุนไพรบางชนิดและอาหารเสริมอาจมีสารที่ไตต้องกรองเพิ่ม หากไตเสื่อมอยู่แล้ว การกินโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ไตอักเสบหนักขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
อาหารที่ดีต่อไต
- โปรตีนคุณภาพดี ในปริมาณเหมาะสม เช่น ไข่ขาว ปลาเนื้อขาว และอกไก่ต้ม
- ผักโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี แตงกวา ฟัก และแครอท (ต้มแล้วเทน้ำทิ้ง)
- คาร์โบไฮเดรตย่อยง่าย เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว ไม่ปรุงเค็ม
- ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว
- ดื่มน้ำตามคำแนะนำแพทย์ ไม่มากหรือน้อยเกินไป
หมอเจดเน้นว่า “หัวใจสำคัญคือ กินพอดี กินอ่อน กินสม่ำเสมอ” ซึ่งจะช่วยให้ไตได้พัก และแม้ไตจะไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่สามารถ “เสื่อมช้าลง อยู่ได้นานขึ้น” หากเริ่มปรับตั้งแต่วันนี้



