เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง” ที่ปรึกษารมว.กลาโหม ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Wanwichit Boonprong” โดยเผยว่ามีโอกาสไปเยี่ยมทหารชายแดนที่ช่องจอมและปราสาทคนา พร้อมคณะ รมช.กลาโหม และได้พบนายกรัฐมนตรีที่มาเยี่ยมทหารเช่นกัน สิ่งที่พบทำให้รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณทหารชายแดนอย่างแท้จริง หากไม่มีการผลักดันขับไล่ในการปะทะ 2 ครั้งที่ผ่านมา ไทยอาจเสียปราสาทคนา เพราะทหารเขมรเตรียมขุดคูเลต วางกำลัง และระบบปักหลักระยะยาวบนพื้นที่ไทย แม้กำลังไทยมีเพียงร้อยกว่านาย แต่สามารถต้านอาวุธหนักและโดรนได้ด้วยความกล้าหาญ
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ปีใหม่ที่เพิ่งผ่านมา คนไทยหลายสิบล้านคน ได้ฉลองอย่างมีความสุขอยู่กับบ้านและครอบครัว สำหรับผมถือโอกาสไปเยี่ยมทหารชายแดนตามที่ได้นัดหมายกับ “พี่ดุล” พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม เพื่อไปที่ช่องจอม และปราสาทคนา เมื่อไปถึงได้เจอนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่บังเอิญมาเยี่ยมทหารชายแดนในช่วงปีใหม่เช่นเดียวกัน ผมต้องนับถือน้ำใจพี่น้องทหารเหล่านี้ และรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพวกท่านเหล่านี้จริงๆ ผมจะแกะข้อมูลและสิ่งที่เห็นเท่าที่พอเผยแพร่ได้ดังนี้ครับ”

อีกทั้ง ผู้โพสต์ยังได้เปิดข้อมูล 9 ข้อ ซึ่งมีดังต่อไปนี้
1. ถ้าไม่มีผลักดันขับไล่ในการปะทะรอบ 2 ครั้งนี้ เราน่าจะเสียปราสาทคนาอย่างแน่นอน เพราะทหารเขมรได้ขุดหลุมเพาะ หรือคูเลต ไว้ยาวไว้บนแนวเขา ยาวกว่า 1.5 กม. (ก็คือพื้นที่ของไทย แต่เขมรจริงๆ อยู่ข้างล่าง คิดดูว่าพวกนั้นต้องใช้กำลังทหารเท่าไหร่ และเขมรมีแผนอะไรจึงขึ้นมาวางกำลังบนปราสาทคนา ซึ่งเป็นของไทย
2. เขมรหวังรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างแท้จริง คือ เตรียมระบบสายท่อ ปั๊มน้ำจากข้างล่างกะมาปักหลักบนที่สูงของเราระยะยาว
3. ทหารเขมร เอาครอบครัวมาอยู่ด้วยเห็นได้จากเครื่องของใช้ สำหรับเด็กและสตรี
4. ทหารไทยใช้กำลังเพียงร้อยกว่านาย ต่อสู้อย่างห้าวหาญจนเกิดวีรกรรมของ “พลทหารเทิดศักดิ์” ซึ่งต่อมาเพื่อแสดงถึงความไว้ อาลัย จึงได้ตั้งชื่อฐานปฏิบัติการพลทหารเทิดศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย วัย 20 จากเด็กกำพร้า ใฝ่ฝันอยากเป็นทหารอาชีพ ถูกสะเก็ดระเบิด BM-21 เสียชีวิต พลีชีพปกป้องแผ่นดินไทย ณ ปราสาทคนา ทหารทุกนายเหนื่อยมากตอนปะทะ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี แทบไม่ได้พัก ได้นอน เขมรยิง BM-21 ขึ้นมา แถมโดรนพิฆาต หลายตัว ทหารไทยอึดอดทน และชนะด้วยยุทธวิธีจริงๆ ครับ
5. ผู้บังคับบัญชาระดับนายพัน-นายพล ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ อยู่ร่วมกับน้องได้ทหาร ผมได้พบกับ แม่ทัพภาคที่ 2 “พี่เติ่ง” พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ และพี่ๆ นายพลที่ปิดทองหลังพระ ทุกคนนั่งทานข้าวร่วมกันไม่มีแบ่งชั้นยศ ในภาวะสงครามที่เราเรียกได้ว่า “Band of Brothers” เราจะรบจะ “เราจะตายเคียงกัน” ตามวลีทหารม้า แต่จริงๆ ทั้งทหารราบ-ม้า-ปืน ฯลฯ ตลอดจนทหารเสนารักษ์
6. น้องๆ ทหาร รบจนรองเท้าขาดวิ่น จนผมอดสงสารและเอ็นดู/เห็นใจมากๆ ไม่ได้ แต่เรามีรองเท้าเพียงพอนะครับ (ไม่ดราม่านะครับ) เพราะรบจนลืมเปลี่ยนรองเท้า และกลายเป็นความคุ้นชิน อาหารเครื่องดื่ม แม้จะเพียงพอแต่ท่านผู้มีจิตศรัทธาจะสนับสนุน พี่น้องทหารก็ยินดีรับทุกน้ำใจนะครับ
7. ปราสาทคนา เป็นของเราแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ ผมได้เห็นรูปถ่ายทหารไทยยังลาดตระเวนอยู่บนปราสาทคนา หลักฐานมันชี้ชัดอยู่แล้วของเรา
8 ธงชาติไทย ที่โบกสะบัดอยู่ที่ฐานอัมรินทร์ แถวปราสาทคนา แม้จะผืนเล็ก แต่พลานุภาพกินใจและความหมาย ซึ่งแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ผมจุกพูดไม่ออก แต่รู้สึกภาคภูมิใจ ที่พี่น้องทหารยืดหยัดซัดจนทัพเขมรหนีถอยไปได้ จนเราได้อัญเชิญธงไตรรงค์ขึ้นสู่ยอดเสา
9. ผมไปช่องจอม เห็นเอกสารหลักฐานพวกแก๊งสแกมเมอร์ มาจากหลายที่ ทั้งจีน, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, ออสเตรเลีย ไปจนถึง บราซิล? (ลงทุนมาหลอกคนไกลนะเนี่ย) เหยื่อรายชื่อที่ผมมากที่สุดคือ เวียดนาม กว่าแสนรายชื่อ เพราะเอกสารกองพะเนินมหึมามาก แต่รายชื่อเหยื่อคนไทยไม่เห็นนะครับ ถ้าคนเวียดนามทั้งประเทศรู้เรื่องเอกสารหลักฐานนี้ จะเจ็บแค้น แก๊งสแกมเมอร์จีน/เขมรเทา นี้ขนาดไหน รายชื่อคนเวียดนามที่เป็นเหยื่อมากจริงๆ
อย่างไรก็ตาม “การได้พักรอบนี้เราจำเป็นต้องเตรียมการหลายๆ อย่าง และจะต้องตรึงกำลัง วางกำลัง ไปจนกว่า เขมรจะไม่รุกรานเรา รัฐบาลในอนาคตต้องเห็นชอบการวางระบบ “หมู่บ้านทางยุทธศาสตร์” ปีใหม่นี้น้องๆ ทหารไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้ไปกราบคุณพ่อคุณแม่ ไม่ได้กอดลูกเมีย แต่พวกเขาภาคภูมิใจที่ได้ปกป้องมาตุภูมิแห่งนี้จริงๆ รักนับถือทหารชายแดน และทหารทุกท่านที่มีส่วนในการนำดินแดนของเรากลับบ้านของเราได้”
ขอบคุณข้อมูล : Wanwichit Boonprong



