ผักแพว หรือ ผักไผ่ หรือ ผักแพ้ว หรือ ผักพริกม้า เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักกันดี โดยเฉพาะในอาหารอีสานและเหนือ ผักแพวมีกลิ่นหอมฉุน เผ็ดซ่าเล็กน้อยแบบกลิ่นน้ำมันหอมระเหย มีลักษณะ ใบเรียวยาว ขอบใบเรียบ ลำต้นเป็นข้อ ๆ คล้ายไม้ไผ่ นิยมกินสด ๆ แนมกับอาหารอีสาน เช่น ลาบ น้ำตก หรือส้มตำ หรือใส่ในแกงประเภทปลา เพื่อดับกลิ่นคาว เพิ่มความหอมและรสชาติให้จัดจ้าน
ผักแพว ถือเป็นพืชที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก และเป็นสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการลดความอ้วน คุณค่าทางโภชนาการผักแพวต่อ 100 กรัม ให้ พลังงาน 54 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 7.7 กรัม เส้นใยอาหาร 1.9 กรัมดอกผักแพว ไขมัน 0.5 กรัม โปรตีน 4.7 กรัม
นอกจากนี้ผักแพว ยังมีประโยชน์มากมายอาทิ ช่วยขับลม แก้แน่นท้อง เนื่องจากในผักแพวมีน้ำมันหอมระเหยจากสารธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ใครที่กินของมัน ของทอดแล้วแน่นท้อง ลองกินผักแพวสดสัก 2–3 ใบหลังมื้ออาหาร แก้ไข้ แก้หวัด โดยนิยมใช้ผักแพวต้มกินตอนมีไข้ หรือจมูกตันเล็กน้อย กลิ่นหอม ๆ จะช่วยเปิดโพรงจมูกและบรรเทาอาการได้ ลดกลิ่นตัว กลิ่นปาก เพราะมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียอ่อน ๆ การกินผักแพวเป็นประจำอาจช่วยลดกลิ่นปาก และช่วยให้ลมหายใจสดชื่นขึ้น ในผักแพวมีสารฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยเรื่องระบบหลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือด จึงดีต่อระบบเลือดและหัวใจ
ผักแพวถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ก็มีข้อควรระวัง เช่น สตรีตั้งครรภ์ควรเลี่ยง เนื่องจากไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยในปริมาณสูง ห้ามอย่ากินเยอะเกินไป เพราะน้ำมันหอมระเหยของผักแพวมีฤทธิ์ค่อนข้างแรง อาจทำให้ระคายคอหรือปวดหัวได้เล็กน้อยในบางคน



