เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายกฤช เอื้อวงศ์ แถลงข่าวเปิดศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง สส.พรรคเพื่อไทย

โดยนายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนความหวังให้มีการเมืองที่สร้างสรรค์ ต้องการทราบนโยบายที่แต่ละพรรคต้องการส่งมอบให้ประชาชน พรรคเพื่อไทยคาดหวังว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะดำเนินการอย่างสร้างสรรค์ แต่ยังมีความผิดหวังในการกระทำที่อยู่นอกเหนือกรอบกฎหมาย ไม่เหมาะสมกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้งการทำลายป้ายหาเสียง และกรณีจังหวัดนครนายกที่มีการขัดขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครได้ แต่อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยยังมีความพร้อมในผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่ออยู่

นายศึกษิษฏ์ กล่าวอีกว่า ตนแปลกใจที่ยังมีพรรคการเมืองบางพรรคป้ายสีกับประชาชนว่าเป็นสีเทา หรือดูถูกสิทธิ และความสามารถของประชาชนในการเลือกตัวแทนของตนหรือไม่ เร่งยัดเยียดจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเสียงเลือกของประชาชนไม่มีความหมาย ทำเหมือนเสียงของประชาชนที่โหวตให้พรรคตัวเอง มีคุณค่ามากกว่าพรรคอื่น จึงอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองกลับมาหาเสียงด้วยนโยบายจะดีกว่า โดยพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าสื่อสารนโยบาย และวิสัยทัศน์ที่เราอยากจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนในฐานะรองหัวหน้าพรรค และเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย ให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส. เรามีความคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ในวันที่ 8 ก.พ. ขณะนี้อยู่ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง สภาพการเมืองที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ พรรคเพื่อไทยมีความเชื่อว่า คงเป็นการต่อสู้แบบเต็มรูปแบบ 

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่น่าห่วงคือการใช้ปัจจัย เช่น ปัจจัยเรื่องเงิน เป็นปัจจัยในการหาเสียงเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม มีการซื้อเสียงซื้อตัวกันเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นความสำคัญเรื่องนี้ และได้ตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส. โดยมีตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีคณะกรรมการประกอบด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการแล้ว และเจ้าหน้าที่ที่รู้เรื่องการเลือกตั้งมาร่วมทำงานเป็นคณะกรรมการประมาณ 11 คน 

โดยศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งส่วนนี้ จะทำหน้าที่รับเรื่องราวที่แจ้งมาจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง พี่น้องประชาชน ที่สามารถแจ้งมาว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งประพฤติผิดกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อรับเรื่องแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยกลั่นกรองเรื่องว่ามีมูลความจริง หรือมีพยานหลักฐานแน่นหนา เราจะดำเนินการตามขั้นตอน เช่น แจ้งต่อพนักงานสอบสวนให้มีการสอบสวน หรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการไต่สวน รวมถึงการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนให้ทราบพฤติกรรม เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการกระทำการทุจริตในการเลือกตั้ง ถ้าทำได้เช่นนี้ทำให้การทุจริตการเลือกตั้งเป็นไปได้ยาก ต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นตามกระบวนการ

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทย ขอให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งส่งรายชื่อตัวแทนของตัวเอง แต่ละเขตเลือกตั้งมาที่พรรคเพื่อไทยว่าใครจะเป็นผู้รายงานเหตุการณ์ต่อการทุจริตเหตุการณ์เลือกตั้ง ขอให้ส่งมาทั้ง 400 เขต

นายกฤช กล่าวถึงการทำงานของศูนย์เพิ่มเติม ว่า เมื่อมีการแจ้งเรื่องทุจริตเข้ามาในระบบ จะมีการส่งข้อมูลทั้งหมดเข้ามายังศูนย์รับแจ้งเบาะแส ซึ่งจะมีคณะทำงานประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กลั่นกรองข้อมูลที่รับแจ้ง หากพบว่าข้อมูลที่รับแจ้งเข้ามาไม่มีมูลเพียงพอ จะส่งกลับไปเก็บเป็นสถิติ แต่หากมีมูลจะแยกเป็นประเภท ถ้ามีหลักฐานชัดแจ้ง เช่น ชื่อผู้ร้อง เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต ระบุเหตุการณ์วันเวลา และสถานที่ที่กระทำความผิดชัดแจ้ง มีพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ หรือมีคลิปเสียง ภาพถ่ายปรากฎชัดแจ้ง เราจะมีการดำเนินการส่งกลับไปที่ตัวผู้สมัคร หรือทีมงานของผู้สมัคร หรือผู้แจ้งเพื่อให้ไปดำเนินการ

ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีมูล แต่หลักฐานยังไม่ชัดแจ้งเพียงพอ เราจะมีการส่งกลับไปที่ผู้สมัคร หรือทีมงานผู้สมัคร เพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือปราม กดดันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดเกิดขึ้นอีกในพื้นที่นั้น

นายกฤช กล่าวต่อว่า เรามีระบบการรับแจ้งหลายช่องทางโทรฯ สายด่วน 09-0971-9404 หรือสแกนผ่าน QR Code และเว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย หรือเดินทางมาที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทยก็ได้ ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่เป็นความลับทั้งสิ้น และเมื่อได้บันทึกข้อมูลมาหมดแล้ว ก็ยืนยันการแจ้งเหตุ และข้อมูลทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานเรื่องทุจริตมาบ้างหรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า มีบ้าง แต่ยังไม่ได้เข้ามาในระบบอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เรากำลังรวบรวมอยู่ เช่น ได้ยินข่าวมาว่าในบางจังหวัดในภาคอีสาน มีการรวบรวมบัตรประชาชน และนำไปลงทะเบียน เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ซึ่งกำลังสืบหาความจริงอยู่ว่ามีพื้นที่ไหนบ้าง และหากพบเห็นที่มีความผิดปกติเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมประชาชนไปดำเนินการ ช่วยแจ้งเข้ามาในระบบด้วย

เมื่อถามว่า การตั้งศูนย์ในลักษณะนี้จะเป็นการก้าวก่ายการทำงานของ กกต. หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ กกต. ทำหน้าที่ไป แต่ตรงกันข้าม ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เราอาจจะเป็นกลไกในการช่วย กกต. ด้วยซ้ำ การเลือกตั้งปี 66 ทุกคนคงทราบดีว่ายังไม่มีใบเหลือง หรือใบแดงสักใบ เราอาจจะถือโอกาสนี้ช่วย กกต. ให้ทำงานให้เข้มแข็งขึ้น