เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงการเปิดให้คนไทยในต่างประเทศลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ว่า ตามที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกเปิดให้คนไทยในต่างประเทศเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569 และขอลงประชามติ ขณะนี้ มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 139,535 คนซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าการลงทะเบียนเมื่อปี 2566 ร้อยละ 21.09 ที่มีผู้ลงทะเบียนรวม 115,227 คน ถือเป็นการลงทะเบียนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศ

โดยประเทศที่มีการลงทะเบียนดังกล่าวสูงสุด คือ ออสเตรเลีย ตามด้วยสหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ส่วนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรมีทั้งสิ้น 95,666 คน โดย 5 ประเทศที่มียอดลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ออสเตรเลีย รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2569

นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศจึงขอเชิญชวนให้ผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิดังกล่าว โปรดตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการใช้สิทธิจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย รวมถึงสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดและอำนวยความสะดวกให้คนไทยในต่างประเทศได้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งรูปแบบคูหา ไปรษณีย์และการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม เป็นครั้งแรกที่มีการจัดการเลือกตั้งสส. และออกเสียงประชามติในต่างประเทศ ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศร่วมรณรงค์และประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักรู้ต่อการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามตินอกเหนือจากที่เกิดขึ้น และขอชื่นชมชุมชนไทยที่ตื่นตัวต่อการลงทะเบียนมากขึ้น ทำให้ตัวเลขผู้ขอใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้น
นายนิกรเดช กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้ออกเสียงได้ในวันที่ 19-30 ม.ค. 2569 โดยผู้ลงทะเบียน สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยกำหนด



