เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 8 ม.ค.ที่ชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะ 2 แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 ห้วยขวาง-วังทองหลาง และ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 13 พญาไท-ดินแดง

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า นายเอกนัฏ เป็นเหมือนน้องรัก เป็นคนเก่ง ความรู้ดีมีประสบการณ์ทางการเมืองมากมาย เป็นอดีตรัฐมนตรี เข้าใจการเมือง เข้าใจหัวจิตหัวใจประชาชน วันนี้ได้มือดีมาช่วยงาน ส่วนนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เที่ยวนี้บุญเก่าหมดแล้ว พี่น้องต้องช่วยเหลือเท่านั้น คราวที่แล้วบุญไม่พอ ตนก็มาตรงนี้ตอนนั้นมีเวทีตอนนี้ไม่มีตังค์ขึ้นเวที ต้องมานั่งปราศรัยแบบนี้ คราวที่แล้วพี่น้องมาฟังกันมืดฟ้ามัวดินแต่ลืมกา เที่ยวนี้ขอให้อย่าลืมพวกเรา สส. ที่มีคุณภาพทำงานไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ คราวที่แล้วมีเรื่องของกระแส แต่เที่ยวนี้ขอให้โอกาสพวกเรา คราวที่แล้วตนฝ่ากระแสไม่ได้ เที่ยวนี้ตนฝ่ากระสุนมาแล้ว เดินตามแนวชายแดนทุกที่ พี่น้องให้ความเมตตาพวกตนหน่อยเถอะ เราตั้งใจทำงานให้กับทุกคนจริงๆ นโยบาย นายเอกนัฏ ก็พูดให้แล้ว ขอความมั่นใจว่า เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกคน อย่างมุ่งมั่น เราผ่านงานมาโดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนกว่าที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นแกนนำ ทำงานในฐานะที่เป็นนายกฯทุกคนเห็นว่าเราทำทุกอย่างในระยะเวลาที่เรามี ให้เกิดผลสำเร็จให้มากที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของบ้านเมือง ตนเชื่อว่าพวกเราทุกคนในที่นี้มีความรักชาติ หวงแหนแผ่นดิน พวกตนยอมถวายหัว ตารางนิ้วเดียวก็ให้ใครไม่ได้ขอให้มีความมั่นใจ เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว เราไม่ได้เอาอะไรไปแลกเปลี่ยน เราไม่เสียอะไรเลย เราได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา ถือว่าที่พวกเราทำได้ เพราะเราเชื่อว่าคนไทยทุกคนมีความหวงแหวนแผ่นดินนี้ คนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล การตัดสินใจในการดำเนินการใดๆ ก็ตามในการรักษาชาติบ้านเมือง ต้องหันมาดูถ้าประชาชน บอกให้เป็นแบบนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้ เราจะไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ และครั้งนี้เป็นครั้งแรก เวทีนี้เป็นเวทีแรกที่ตนมาพูดกับประชาชนแบบหาเสียงแบบปราศรัย คนก็บอกว่าอย่าให้เครื่องติดถ้าเครื่องติด3 ทุ่มยังไม่เลิก แต่ตนไม่อยากรบกวนเวลาทุกคนขอทำงานรับใช้ดีกว่า มั่นใจว่าผู้สมัคร นายประเดิมชัย เข้าใจพื้นที่ เข้าใจความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง สามารถประสานงานกับพวกตนที่ทำงานบริหารราชการแผ่นดินได้ เราทุกคนที่เข้ามามีประสบการณ์ทั้งนั้น

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ด้านเศรษฐกิจ ชอบ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์หรือไม่ ตนไม่ใช่คนตั้ง แต่พี่น้องคือคนตั้ง ถ้าอยากให้ นางศุภจี ทำงานเป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ดูแลการค้าการตลาดแบรนด์ไทยแลนด์ ชื่อเสียงของประเทศไทยในสินค้าที่แปะยี่ห้อเมดอินไทยแลนด์ เชื่อ นางศุภจีหรือไม่ ถ้าเชื่อก็เลือก นางศุภจี มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงพาณิชย์ สมใจอยาก มีแต่คนบอกให้ตนตั้ง ตนบอกว่าตนไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่ท่านคือคนตั้ง โดยการใช้สิทธิ์ของท่านในการกาเบอร์ 37 ให้พวกเรา พวกเราทำอย่างอื่นไม่ได้ ไปที่ไหนก็พูดคืนคำไม่ได้เด็ดขาด ส่วนเรื่องของการเงินการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คนละครึ่งพลัสก็มาจากคนนี้ เข้ามาปุ๊บพร้อมทำงานทันที ดำเนินนโยบายให้ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว เลือกเบอร์ 37 ก็จะได้ นายเอกนิติ กลับมาทำงานรับใช้ในฐานะรมว.คลัง ไม่ใช่มาทำคนละครึ่งพลัสอย่างเดียว จะต้องมารักษาวินัยการเงินการคลังให้กับทุกคน มารักษาค่าเงินบาทให้สามารถทำให้การส่งออก

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พวกเราเป็นคนที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่มาจากที่ไหนและมาบอกว่าจะทำนู่นทำนี่ให้ พวกเราประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของแต่ละคนอย่างเต็มที่ นี่คือความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย ในวันนี้เราจึงใช้คำว่าภูมิใจไทยที่แปลว่าบวก บวกแล้วบวกอีก บวกไปเรื่อยๆ ให้กับประชาชน เที่ยวนี้อย่าให้พูดจนน้ำลายแห้งแล้วก็เดินกลับบ้านคอตก เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับทุกคนว่าพวกเราพูดแล้วทำ ขอให้ความไว้วางใจกับพวกเรา กาเบอร์ 4 บัตรสีชมพูกาเบอร์ 37 อีกทั้ง ตอนที่ตนหยิบขึ้นมาเกือบเป็นลม มือไม่เคยเกินหลักเดียว แต่หยิบขึ้นมา 37 แต่ก็มีคนปลอบ 3 + 7 เป็น 10 1 + 0 เป็น 1 อย่ากาเบอร์ 1 ต้องกาเบอร์ 37 พวกเราจะทำงานอย่างเต็มที่รับใช้ประชาชน

จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินหาเสียงในย่านบึงพระราม 9 ก่อนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์หาเสียงไปเวทีปราศรัยจุด 2 โดยมี นายเอกนัฏ ซ้อนท้ายไปด้วย โดยให้สื่อมวลชนวิ่งตาม  เมื่อถึงเวทีปราศรัยจุดที่ 2 นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ครั้งนี้ก็หวังว่าประชาชนจะให้โอกาส นายประเดิมชัย ทำงานรับใช้ประชาชน หากมั่นใจในการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ที่ทำงานอยากไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย เพราะอยากจะตอบแทน และเติมความคาดหวังให้ประชาชน วันนี้ตนพูดตรงๆ คือมาขอคะแนน และขอให้โอกาสอีกครั้งหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยวันนี้เติบโตขึ้นมา และพยายามเติมเต็มสิ่งที่เคยขาด  วันนี้ขอความเมตตา หากเลือกนายประเดิมชัย แต่ขอให้กาพรรคภูมิใจไทยด้วย พูดง่ายๆ “เลือกประเดิมชัย ได้อนุทินด้วย” 

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า พวกเราอยากเหนื่อย อยากทำงาน อยากแก้ปัญหาให้กับประชาชน อย่างโครงการพอใจคนละครึ่งพลัส ถ้าประชาชนให้กลับไปก็ต้องดำเนินการทันทีหลังการเลือกตั้งทั้งเฟส 2 เฟส 3 เฟส 4 เฟส 5 เฟส 6 เพราะอะไรที่เป็นความพึงพอใจของประชาชน ก็คือประกาศิตที่ทำให้พวกตนต้องไปทำงานให้เกิดขึ้น 

“วันนี้ผมร้างเวทีการพูดไปเยอะ หวังว่าเดี๋ยวคงจะค่อยๆฝึก ผมถึงไม่ค่อยกล้าไปออกทีวีกับเขานี่แหละ เพราะพูดไม่ค่อยเก่งแต่รับรองว่าทำงานไม่แพ้ใคร และพอเป็นนายกฯ มันออกรสออกชาติเหมือน สมัยก่อนยังไม่เป็นนายกฯ ขึ้นเวทีผมพูดน้ำไหลไฟดับ แต่พอเป็นนายกฯ มันยังมีหมวกอยู่ เดี๋ยวงานเข้า เดี๋ยวทัวร์ลง แต่ขอให้มั่นใจว่าพวกเราทุกคน พรรคภูมิใจไทยวันนี้มาขอโอกาส ไม่เคยน้อยใจ ไม่เคยผิดหวัง เพราะมันเป็นการตัดสินใจของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผิดหวังไม่ได้ คาดหวังไม่ได้ ประชาชนว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น โกรธยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย ท้อไหม ก็นิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ไม่ท้อแล้ว เป็นนายกฯ ท้อไม่ได้ ต้องมาทำงานให้ประชาชน เหลืออย่างเดียวที่ต้องทำคือ ตื้อ ขอให้ประชาชนให้โอกาสเรากลับมาทำงาน” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่าวันนี้สโลแกนพูดแล้วทำไม่พอ แต่เป็นพูดแล้วทำ พลัส ต้องทำเพิ่มไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ย้ำว่า การลงพื้นที่วันนี้เพราะประชาชนคือคนสำคัญมากสำหรับพรรคภูมิใจไทย วันนี้ไม่ย่อท้อ ถ้าหากไม่เลือกก็จะกลับมาอีก แต่ตนเชื่อว่าจะมีคนเลือกแน่นอน เพราะได้พิสูจน์การทำงานแล้ว ขอโอกาสกลับไปทำงานเต็มรูปแบบ เพราะคราวที่แล้วเป็นเสียงข้างน้อย แต่ถ้าเป็นรัฐบาลครั้งหน้าต้องเป็นเสียงข้างมากเท่านั้น จะได้มีความยั่งยืนยืดยาว เพื่อทำงานสานต่อให้ประสบความสำเร็จ ด้วยบุคลากรมืออาชีพ

ด้านนายเอกนัฏ ปราศรัยด้วยว่า  พรรคภูมิใจไทยเสนอนโยบายเรือธง ประทับใจที่คนกรุงเทพฯ คิดถึงปัญหาใหญ่ คิดถึงภัยใกล้ตัว คิดถึงภัยของประเทศ เรียกร้องให้กลับมาเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่ต้องการขอกำแพงความมั่นคง สร้างกำแพงชายแดนปกป้องชีวิตของทหาร แผ่นดินไทย ปัญหาชายแดนถ้าไม่จบดีก็จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนการค้าขายภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น ถ้าเราจะแก้ปัญหาชายแดนไม่ได้ก็ไม่สามารถจัดหาปัญหาเรื่องอื่นได้ ถ้าประเทศไม่มีความมั่นคงเรื่องอื่นก็ทำไม่ได้.