หลังจากวาทกรรม “มีทหารไว้ทำไม” ตามมาหลอกหลอนพรรคส้ม จนกระทบต่อการหาเสียง ที่มีคนเข้ามาถามเรื่องนี้ไม่หยุด ในที่สุด เมื่อวันที่ 9 ม.ค. “ทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรม Pita US Tour ที่วัดไทยลอสแอนเจลิส และได้กล่าวว่า ได้พูดวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม” ขณะปราศรัยเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ว่า ตอนที่พูด นึกถึงทหารสนามกอล์ฟ ไม่ได้นึกถึงทหารสนามรบ มันเป็นความผิดของตนเอง จนถึงทุกวันนี้ยังรู้สึกเสียใจ อยากจะขอโทษทหารสนามรบ ทหารชั้นผู้น้อย ทหารมืออาชีพจริงๆ ที่เขาเสียสละเพื่อจะปกป้องแผ่นดินของเรา
“ตอนที่พูด พูดในช่วงที่ทหารมีนาฬิกาแพงๆ ทหารที่ทำการรัฐประหาร ทหารสนามกอล์ฟ แต่ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดว่า ตนเคารพทหารสนามรบ แต่ทหารที่ปกครองประเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่พูดไปตอนนั้นมันเอาท์เดต (ล้าสมัย) มากกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน”

“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต เรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ทูตพิศาล มาณวพัฒน์ ว่าที่ รมว.การต่างประเทศของพรรค น.ส.รักชนก กล่าวว่า “เรื่องที่นายพิศาล เคยมีคดีชู้สาว ถ้าครอบครัวเขาให้อภัยแล้วจะให้ดิฉันทำอะไรคะ และการที่เอาเรื่องส่วนตัวแบบนี้มาถามในที่สาธารณะ ให้ดิฉันไปตอบแทน คนถามกับคนตอบต้องพิจารณาตัวเองด้วยสักนิดหนึ่ง”
เมื่อถามว่ากรณี นายพิศาล ยังมีเรื่องจุดยืนทางการเมืองสมัยรัฐประหาร น.ส.รักชนก ตอบทันทีว่า “ทุกท่านรู้หรือไม่ว่าในอดีต อย่าเรียกว่าดิฉันเป็นสลิ่มเลย เรียกว่าเป็นพวกคลั่งเจ้าแบบสุดโต่ง อยากจะฆ่าคน อยากจะไปกระทืบคนด้วยซ้ำ ดิฉันยังเปลี่ยนได้เลย ในวันที่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ในอดีตคนเราจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คนเราเปลี่ยนในทุกวัน เปลี่ยนได้ตลอด กระทั่งเปลี่ยนไปสนับสนุนรัฐประหารก็ได้”

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ปราศรัยเวทีลานคนเมือง โต้กลับ “เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงประชาชน ว่า “ทำการเมืองมา 25 ปี ทำให้หลานมันดู” ว่า ส่วนตัวก็ต้องการที่จะเห็นหลานทำมากกว่า แต่นายธนาธร ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ต้องถามประชาชนว่าต้องการเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เขาได้หาเสียงไว้ ที่เชื่อว่าจะดีขึ้นกันหรือไม่ ดังนั้น ให้โอกาสหลานเถอะ
“ที่หาเสียงค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ภายใน 3 เดือน ก็เคยพูดตอนเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คนเขียนนโยบายอาจไม่เข้าใจเนื้อหาเพราะสิ่งที่หาเสียงคือ 20 บาทตลอดทาง คือขึ้นหลายสายก็ 20 บาท ไม่ใช่สายหนึ่ง 20 บาท ไปต่ออีกสายหนึ่งกลายเป็น 40 บาท มันต้องเป็น 20 บาทตลอดทาง เรื่องค่าโดยสาร ถ้าจะแข่งกันในเกมถูกกว่าย่อมดีกว่า ต้องเห็นใจประชาชนต่างจังหวัดด้วย ที่ต้องมาร่วมกันจ่าย”
วันที่ 8 ม.ค. พรรคเพื่อไทย หาเสียงปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง เปิดนโยบายใหญ่ เรื่องสำคัญคือ “คนไทยไร้จน” ที่ “อดีต รมต.ออฟ” เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เล่าถึงรายละเอียดว่า เส้นความยากจนของไทยอยู่ที่ราว 3,000 บาทต่อเดือน หรือรายได้ราว 36,000 บาท/ปี ใครที่มีรายได้ต่ำกว่าตัวเลขนี้ ถือเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือจัดว่าเป็นคนยากจน ซึ่งในประเทศไทยมีราว 3.4 ล้านคน
“พรรคเพื่อไทย จะเติมรายได้ให้คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน (36,000 บาท/ปี) ให้มีรายได้พ้นเส้นความยากจน เช่น รายได้ 0 หรือตกงาน เติมให้ 36,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี รายได้ 10,000 บาท/ปี เติมให้ 26,000 บาท/ปี รวมแล้วมีรายได้ 36,000 บาท/ปี เราจะทำให้ความยากจนหมดไปจากสังคมไทย คืนเกียรติ คืนศักดิ์ศรีให้คนไทย”

“ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวบนเวทีถึงนโยบายที่น่าสนใจ อาทิ ทำให้ค่าไฟฟ้า 3.70 บาทต่อหน่วย ปล่อยอิสระพลังงานสะอาด การสนับสนุนคนที่ไปเติบโตต่างประเทศ ด้วยนโยบายพรรคเพื่อไทยเพื่อคนต่างประเทศ ให้สินเชื่อเพื่อทำธุรกิจในต่างแดน เพื่อเป็นหน้าตาให้กับประเทศไทย ขายสินค้าให้กับคนทั่วโลก ทำเรื่อง AI For all เพื่อการรักษาความปลอดภัย การสร้างอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ (wellness)
“เราจะแก้ปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ส่วนเรื่องความมั่นคง เป็นสิ่งที่เราพูดถึง และพี่น้องทหารต่างๆ อยู่ในหัวใจของพรรคเพื่อไทย ขอเน้นย้ำว่าคอรัปชั่น ไม่หมด ไม่เลิก ยาเสพติด ไม่หมด ไม่เลิก ทุนเทา ไม่หมด ไม่เลิก ไม่จบไม่เลิก”
วันที่ 9 ม.ค. พรรคเพื่อไทย หาเสียงที่ภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ และเชียงราย ดร.เชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่เขาที่มีคะแนนนนิยมความเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับหนึ่ง ว่า เท่าที่ดูขณะนี้ ผลโพลมีความใกล้เคียงกัน แสดงว่าเรามาถูกทางแล้ว เราดำเนินนโยบายในการที่เราเป็นผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงทุกคนได้ เราสื่อสารนโยบายใหม่ไปเรื่อยๆ ให้เห็นชัดว่า สิ่งที่เราทำ เป็นสิ่งที่ประเทศฝากความหวังไว้ได้ คิดว่ายังพอมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือน และคิดว่ากระแสดีขึ้นเกินกว่าความคาดหมาย การหาเสียงคิดว่าเราจะสามารถที่จะเหมาทั้ง จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ กลับมาเป็นของพรรคเพื่อไทยได้อีกครั้ง
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวตอบผู้สื่อข่าว ที่ถามว่า เรื่องที่ทำไว้ในช่วงเป็น รมว.คมนาคม (เขาเคยเป็น รมว.คมนาคม ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ 1) คิดว่า หากหลานธนาธร เข้ามาจะทำได้หรือไม่ สุริยะ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “คิดว่า พูดไปแค่นั้น ก็สะเทือนพอสมควรแล้ว”

“สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค ปชน. กล่าวถึงนโยบายประชานิยมคนละครึ่ง ของพรรคเพื่อไทย ที่รัฐบาลจะออกให้ 70% และประชาชนออกเอง 30% ว่า พรรค ปชน.ทราบว่า เศรษฐกิจต้องการการกระตุ้น พรรคมีนโยบายกระตุ้นระยะสั้นเช่นกัน คือหวยใบเสร็จ เราไม่รังเกียจที่จะทำคนละครึ่งต่อเพียงแต่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและย่อมได้อยู่ตลอดไป ไม่ได้อยู่ชั่วคราวเหมือนคนละครึ่งที่มาเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
ส่วนนโยบายคนไทยไร้จนของพรรคเพื่อไทย (เติมรายรับรายเดือนให้พ้นเส้นความยากจน คือเติมให้ถึง 3,000 บาท) แตกต่างกับโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท รอบนี้เป็นการตั้งเป้าไปที่บุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งถือว่าโอเค แต่อย่างไรก็ตาม ต้องหาวิธีสร้างรายได้ให้กับคนกลุ่มนี้อย่างจริงจังด้วย
เกิดกรณีไลน์หลุดในพรรคการเมืองหนึ่งที่ปรากฏมีผู้อ้างตัวส่งข่าวให้สื่อหลายสำนักนำเสนอได้ แต่เป็นการตกลงที่ไม่ผ่านองค์กร และยังอ้างว่าไม่มีใบเสร็จ ซึ่งอาจทำให้พรรคการเมืองที่หลวมตัวเชื่อ จ่ายเงินไปแล้วผิดกฎหมายเลือกตั้งทีหลัง เพราะปกปิดรายจ่ายในการหาเสียง เรื่องนี้ แสวง บุญมี เลขา กกต. กล่าวว่า การดำเนินการน่าจะไม่ถูกต้อง กกต.ขอตรวจสอบสอบก่อน แต่ตามหลักการกฎหมายการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และผู้สมัครจะต้องลงรายละเอียดในเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง และค่าใช้จ่ายนั้นจะต้องถูกต้องตามกฎหมาย
“การอ้างไม่มีใบเสร็จไม่ได้ อย่างไรก็ต้องนำหลักฐานมารายงานต่อ กกต. หากไม่นำมารายงาน ถือว่าเป็นการรายงานเท็จ ซึ่งอาจจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะหาเสียงผ่านสื่อโดยไม่มีใบเสร็จไม่ได้
จากนี้ก็รอดูว่า หลังกล่าวขอโทษเรื่องมีทหารไว้ทำไม วาทกรรมนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาทิ่มแทงพรรคส้มอีกหรือไม่ และการแข่งขันเลือกตั้งกำลังเดือด พรรคเพื่อไทยหงายไพ่ประชานิยมสู้แล้ว พรรคอื่นจะเอาอะไรมาเกทับ.
“ทีมข่าวการเมือง”



