เมื่อวันที่ 10 ม.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำคณะตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถนนกำแพงเพชร 2 พร้อมวางดอกไม้แสดงความอาลัย จุดทิ้งซากตึกถล่ม ในเหตุโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 ปัจจุบันยังคงถูกปิดกั้นเพื่อควบคุมทางคดี แม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วกว่า 288 วัน หรือประมาณ 9 เดือนครึ่ง แต่ร่องรอยความเสียหายยังคงอยู่และเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบอันเลวร้ายจากการทุจริตและการลดมาตรฐานการก่อสร้าง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมถึง 95 ราย
โดยผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมชี้ชัดว่าสาเหตุการถล่มไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย แม้จะมีแผ่นดินไหวเป็นตัวกระตุ้น แต่ต้นตอที่แท้จริงมาจากการลดสเปกวัสดุอย่างรุนแรง ทั้งการใช้เหล็กและคอนกรีตคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน จนโครงสร้างไม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ตามที่คำนวณไว้ ที่สำคัญยังพบการทุจริตในขั้นตอนการส่งมอบวัสดุปลอมและการปลอมแปลงเอกสารรับรองคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันอัยการได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว 23 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเอกชน วิศวกร และผู้รับเหมา แต่ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองได้
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า การทุจริตคือมะเร็งร้ายที่ปล้นงบประมาณแผ่นดินไปกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของจีดีพี แทนที่เงินมหาศาลนี้จะถูกนำไปสร้างความมั่นคงและสวัสดิการให้ประชาชน กลับถูกสูบไปสร้างความมั่งคั่งให้ข้าราชการขี้โกงและผู้มีอำนาจ จนฉุดรั้งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ไม่เกินร้อยละ 2 และส่งผลให้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า พรรคไทยสร้างไทยขอประกาศสงครามกับคนทุจริตด้วย 3 มาตรการปราบโกงขั้นเด็ดขาดที่จะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจคืนสู่มือประชาชน ดังนี้ 1.เพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตสำหรับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการทุจริต 2.ให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญได้ทันทีหากพบพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้คนโกง 3.จัดตั้ง “ป.ป.ช. ภาคประชาชน” เพื่อให้คนตัวเล็กและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงการรัฐและดำเนินคดีตามกฎหมายได้จริง
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่า ตนเองไม่เคยโกงและจะไม่ปล่อยให้ใครโกงอย่างเด็ดขาด พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าหากได้รับโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ จะผลักดันมาตรการปราบโกงทั้ง 3 ด้านนี้ให้สำเร็จภายใน 6 เดือนแรกของการเป็นรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งระบบส่วยและระบบใต้โต๊ะให้หมดไปจากสังคมไทย พร้อมทั้งนำเงินงบประมาณที่ถูกกลุ่มผลประโยชน์ปล้นไป กลับคืนมาเป็นสวัสดิการและสร้างโอกาสในการลืมตาอ้าปากได้



