น่าเสียดายที่ประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯบ่อยมาก นโยบายไม่ต่อเนื่อง ส่วนใหญ่คนที่มาเป็นรัฐมนตรีก็เป็นคนที่ไม่ใช่ ไม่มี passion ด้านการศึกษา ไม่กล้าหาญพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ได้เลย ส่วนคนที่ใช่ก็มีเวลาทำงานไม่นานนัก มักจะถูกเปลี่ยนออก นับเป็นความอาภัพของระบบการศึกษาไทย

ต่างจากประเทศสิงคโปร์ ที่เขาเลือกคนที่เก่งที่สุด เหมาะสมที่สุด มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ มาดูแล     กระทรวงศึกษาฯ และดูแลต่อเนื่อง ทั้ง    ยังดึงบุคลากรที่เก่ง ๆ จากภาคธุรกิจมาเสริมทีมการศึกษา ทำให้คุณภาพการศึกษาของสิงคโปร์ก้าวกระโดดเทียบเท่าประเทศใน OECD และได้คุณภาพตามโจทย์อุตสาหกรรม และตลาดแรงงานที่เขาวางอนาคตไว้

วันเด็กในช่วงเลือกตั้งนี้ เด็ก ๆ เรียกร้องให้พรรคต่าง ๆ ประกาศเปิดชื่อรัฐมนตรีศึกษาฯ ของพรรคเลยว่าจะชูใครมาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ใครคือคนที่เก่งที่สุด ฉลาดที่สุดที่พรรคคัดมาดูแลเรื่องนี้ พร้อมเปิดนโยบายสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ว่าจะรื้อระบบราชการอันล้าสมัยไร้ประสิทธิภาพอย่างไร จะไล่ตามสิงคโปร์ให้ทันได้ไหม โดยไม่ต้องห่วงเรื่องงบประมาณ เพราะเรามีงบกระทรวงศึกษาฯเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำใน OECD แต่คุณภาพต่างกันฟ้ากับดิน นี่ยังไม่นับรวมที่รั่วไหลจากการทุจริตประพฤติมิชอบ

บางพรรคเปิดตัวรัฐมนตรีศึกษาฯมาบ้างแล้ว แต่อีกหลายพรรคยังเงียบ รีบเปิดตัวมาแข่งโชว์วิสัยทัศน์ และแนวทาง ว่าพรรคใดมีไอเดียอะไรที่ว้าว รมต.ศึกษาฯที่แต่ละพรรคคัดมา จะสะท้อนความคิดและตัวตนของพรรคนั้นว่าฉลาดแบบไหน รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างไร เข้าใจความยั่งยืนไหม ภาพอนาคตและวิธีสร้างคนสอดคล้องกันหรือไม่

ของขวัญวันเด็กที่ดีที่สุด คือ คำมั่นสัญญาที่จะส่งคนที่เก่งที่สุด คนที่ดีที่สุด คนที่รักชาติไทย คนที่ใส่ใจโลก มาดูแลกระทรวงนี้ รีบเปิดตัวกันมาให้เด็ก ๆ เลือกนะครับ น้อง ๆ จะได้เชียร์ให้พ่อแม่ไปลงคะแนนให้ คงจะดีกว่าคำมั่นสัญญาที่ว่าจะ ทำส้วมโรงเรียนให้สะอาด เพราะสองปีผ่านไปน้อง ๆ ยังคงเข้าส้วมแบบเดิม ๆ ไม่ได้ตามที่ขอ และรัฐมนตรีที่รับปากก็ไม่อยู่แล้ว.