จังหวัดบุรีรัมย์ มี 23 อำเภอ  2,546 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 209 แห่ง (ไม่รวม อบจ.) ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบ่งเป็น 10 เขตเลือกตั้งหรือมี สส.ได้ 10 คน

การเมืองกลุ่มใหญ่ของจังหวัดหรือกลุ่มบ้านใหญ่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยังคงเป็นที่รู้จักกันในนามกลุ่ม “เพื่อนเนวิน” ปัจจุบันเรียกกันว่า “เสื้อน้ำเงิน” ที่ยังคงยืนหยัดครองพื้นที่แบบใครไม่สามารถเข้ามาเจาะได้ มีเพียงครั้งเดียวที่เสียพื้นที่เขต 7 ให้กับเพื่อไทยเมื่อปี 54 คือนายหนูแดง วรรณกลางซ้าย หลังจากนั้นมา ไม่มีพรรคไหนเข้ามาเจาะได้อีกเลย

มีเพียงพรรค “ก้าวไกล” ในตอนนั้น เมื่อการเลือกตั้งปี 60 ที่พรรคก้าวไกล ใช้กระแสความนิยมในภาพรวม สามารถเอาชนะพรรคสีน้ำเงินที่บุรีรัมย์ ได้ในระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แบบไม่ต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว ส่วน สส.ระบบเขตเลือกตั้งถูกสีน้ำเงินปิดประตู้ไว้ก่อนหน้าแล้ว

การเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 นี้การเมืองเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีการตั้งธงไว้รอตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งว่าไม่ยกมือให้ใคร ไม่ร่วมกับพรรคไหน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถคาดเดาเอาไว้ก่อนได้ว่าถ้าตัดสินใจเลือกพรรคไหนหน้าตารัฐบาลจะเป็นอย่างไรหลังเลือกตั้ง

หากมองในเชิงลึกพรรคสีน้ำเงินที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในพื้นที่ของตัวเองก็ยังไม่สามารถครอบครองพื้นที่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังจะเห็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น นายกที่ได้รับการเลือกตั้งจะเป็นของคนเสื้อแดงมาปะปนอยู่ในหลายพื้นที่ รวมถึงพรรคประชาชน ที่เรียกคะแนนในเชิงลึกเข้าถึงกลุ่มคนในบุรีรัมย์ได้มากอย่างเหลือเชื่อครั้งนี้พรรคน้ำเงินจะต้องเร่งทำการบ้านให้ดีมากกว่าเดิมเพื่อรั้งแชมป์ทุกเขตเลือกตั้งให้ได้ มาดูแต่ละเขตเลือกตั้งว่าเขตไหนน่าสนใจอย่างไรบ้าง

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสนอง เทพอักษรณรงค์ พรรคภูมิใจไทย สส.หลายสมัยคาดว่าจะไม่มีใครมาต่อกรได้ เพราะเป็น สส.ติดดิน ทำการบ้านตลอดทั้งปี หากเปรียบเทียบกับคู่แข่ง อย่างนายพีรภัทร ทองธรสกุล พรรคเพื่อไทย และนายธนายุทธ ยืนยั่ง จากพรรคประชาชน แล้วยังห่างกันหลายขุม

เขตเลือกตั้งที่ 2 นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร ภูมิใจไทย เรียกได้ว่าแต่งชุด สส.ไว้รอก็ว่าได้ ถึงแม้จะไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน และอายุเพียง 25 ปี แต่ดีกรีความเป็นลูกสาวของนายภูษิต เล็กอุดากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ (อบจ.บุรีรัมย์) คนปัจจุบัน ซึ่งนายภูษิต ยังมีเป็นศักดิ์เป็นหลานของนายเนวิน ชิดชอบ อีกด้วย สาเหตุที่เข้ามารับบทนักการเมืองในเยาว์วัย เพราะนายไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายนายเนวิน ชิดชอบ ผันตัวเข้าไปอยู่ในระบบปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ว่านายปรัญชญา ตรีกาญจนา แห่งเพื่อไทย หรือจะเป็นนายมนัสชัย โพธิ์แก้ว ของพรรคประชาชน ต้องทำใจ

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ของภูมิใจไทย คนนี้   มาแบบนิ่ม ๆ เข้ามาเป็น สส.แทนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งมีพื้นที่เก่าพื้นที่เดิมที่ใครไม่สามารถมาเข้าพื้นที่ได้ ส่วนนายทรงพล ทะรารัมย์ ของเพื่อไทย และนายณัฐพงศ์ เรืองชาย พรรคประชาชน ก็ต้องทำใจไว้เช่นเดียวกัน

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ ของพรรคภูมิใจไทย คนนี้แม้จะอายุเพียง 29 ปีแต่ความสามารถของนายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต สส.ภูมิใจไทย ผู้เป็นพ่อ ได้สละที่นั่งให้ลูก น่าจะมีความมั่นใจสูงเพราะไม่เคยพลาด ต่างจากนายพรรษศรณ์ สาครเสถียร ของเพื่อไทย ที่ยังไม่มีใครรู้จักมาก่อน ส่วนนายวรพจน์ วิบูลย์วิริยะสกุล ของพรรคประชาชน เคยเป็นรองนายกเทศบาลตำบลสตึก แต่ยังไม่กว้างพอสำหรับการเมืองใหญ่

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 5 นายโสภณ ซารัมย์ ของภูมิใจไทย ใครที่เข้ามาประกบแล้วจะต้องหนาวไปตาม ๆ กัน เพราะทำการบ้านเข้าถึงประชาชนมาตลอดทั้งปี ออกอีเวนต์ไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดทำงานด้านยาเสพติดจนได้ผล มีเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานราชการไว้เพียบ ส่วนนายธนากร สัมมาสาโก ของพรรคประชาชน ซึ่งยังหน้าใหม่ไม่คุ้นเส้นทาง รวมถึงนายใหม่ สุขะเดชะ มือกลองวงไอน้ำ ที่เพื่อไทย ส่งเข้าประกวด แต่หากจะไปเทียบกับขาเก๋าอย่างครูโสภณ ยังห่างกันไกล

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายศักดิ์ ซารัมย์ อดีต สส.สมัยที่ผ่านมา ยังถือว่าเต็งหนึ่งเพราะมีพี่เลี้ยงอย่างนายโสภณ คอยดูแลฐานคะแนนเสียงอย่างใกล้ชิด หากเปรียบเทียบกับนายนันทภพ ทองนุ่น ของพรรคประชาชนและนายประยูร เพ็งจันทร์ ของเพื่อไทย ก็ยังถือว่าห่างกัน

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 7 เขตนี้สร้างความระทึกให้กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งที่มาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ของภูมิใจไทย เอาชนะนายพรรณธนู วรรณกลางซ้ายของเพื่อไทย ได้เพียง 195 คะแนน ท่ามกลางความกังขาของคอการเมืองและพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ครั้งนี้ต้องลุ้นดูว่าใครจะทำการบ้านดีกว่ากัน เพราะพรรณธนู เป็นลูกชายนายหนูแดง วรรณกลางซ้าย ที่เสียชีวิตไป นอกจากจะมีความสดกว่าคืออายุเพียง 32 ปี ยังได้คะแนนสงสารที่เป็นลูกชายนายหนูแดง อีกด้วย โดยเฉพาะพื้นที่นี้มีคนเสื้อสีแดง เข้าไปในสายเลือดของชาวบ้านไปแล้ว นายณัฎฐชัย สวัสดี ของประชาชน หรือผู้สมัครพรรคอื่น ยังไม่เข้าข่าย

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายไตรเทพ งามกมล ของภูมิใจไทย คาดว่าน่าจะรั้งเก้าอี้ไว้เช่นเดิมหากเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่างนายเพชร สุพพัตกุล ของประชาชน ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครลงเขตนี้

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 9 นายรุ่งโรจน์ ทองศรี และเขตเลือกตั้งที่ 10 นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ทั้งสองผู้สมัครเป็นเครือญาติของนายเนวิน ชิดชอบ ที่มีนามสกุลเอาไว้ขายได้โดยใครก็ไม่สามารถไปแย่งได้

การเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้ มาลุ้นกันว่าพรรคประชาชน จะสามารถเรียกคะแนนแบบปาร์ตี้ลิสต์ ได้เท่ากับครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความนิยมของพรรคในตอนก่อนเลือกตั้ง ส่วนระบบเขต ยังมีช่องทางน้อย ส่วนพรรคเพื่อไทย มีให้ลุ้นเพียงเขต 7 เขตเดียว นอกจากนั้นยังมีแต้มน้อยกว่า นอกจากจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองบางอย่างเกิดขึ้นกับพรรคใดพรรคหนึ่งก่อนจะมีการเลือกตั้ง จึงจะวัดกันได้.

วันชัย ผิวอร่าม / บุญรักษ์ สังข์เลขา