เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เวลา 12.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า พนักงานออฟฟิศ และประชาชนทั่วไป ภายในตลาดเมืองไทยภัทร ถนนรัชดาภิเษก เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และนายนนธนัตถ์ บุนนาค ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 (ห้วยขวาง-วังทองหลาง) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 12

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนต่างพากันนำพวงมาลัยมาคล้องคอ มอบดอกกุหลาบ ถ่ายรูป พร้อมให้คำแนะนำและให้กำลังใจแก่นายอภิสิทธิ์และผู้สมัคร สส. ว่า “ขอเป็นกำลังใจให้”, “ประชาธิปัตย์นะ โชคดี”, “ปรบมือ บอกประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว” “ยังหล่อเหมือนเดิม กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว”, “คิดถึง”, “ถ่ายรูปว่าที่นายกฯ คนต่อไป ชอบอยู่แล้ว เลือกอยู่แล้ว ช่วยดันหน่อยนายกฯ คนต่อไป”


ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความนิยมของประชาชนต่อผู้สมัคร สส. และพรรคการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในลำดับที่ 4 ว่า ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังถือว่าเป็นงานที่หนัก เพราะต้องการสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้มากที่สุด แม้หลายคนมองว่าเราไม่ใช่พรรคที่เป็นตัวเต็งพรรค อันดับ 1 หรืออันดับ 2 แต่เรายืนยันว่าทุกเสียงมีคุณค่า ในการที่จะเติมกำลังให้กับพรรค เพื่อที่จะไปพูดกับคนที่มาชวนร่วมรัฐบาลว่าจะได้รัฐบาลที่เอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและทุนเทา จะไม่สร้างประเด็นความแตกแยก รวมถึงการเอาแนวความคิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ เศรษฐกิจเข้าไปผลักดัน ซึ่งถ้าช่วยผลักดันเรา ก็คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะเป็นประเด็นสำคัญของรัฐบาลชุดหน้า

เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคประชาชนเริ่มเปิดตัวทีมบริหารประเทศ “รัฐบาลประชาชน” มองว่าจะมีผลต่อการลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ละพรรคมีแนวทางที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ ตนดีใจที่เห็นคนที่มีชื่อเสียง คนที่มีความรู้ความสามารถ ในโครงการต่างๆ ถ้าสนใจที่จะมาทำงานการเมือง เรายินดีทั้งสิ้น แต่ตนไม่แน่ใจว่าการเปิดตัวนี้ หมายถึงการไปดำรงตำแหน่งในฐานะอะไร ซึ่งตนทราบว่าเป็นเรื่องที่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นรัฐบาลผสม ที่ไม่มีความแน่นอนว่าใครจะได้รับผิดชอบงานด้านไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่าในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ที่ประชาชนลงคะแนนให้โหวตโน มากกว่าให้คะแนนผู้สมัครนายก อบต. ถือเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และเริ่มเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณจากประชาชนเจ้าของประเทศ เจ้าของท้องถิ่น ว่าการที่คิดนำระบบอุปถัมภ์หรือทุน รวมไปถึงนักการเมืองที่มีประวัติพัวพันแล้วคิดว่าประชาชนไม่มีทางเลือก แต่วันนี้มันมีทางเลือกหนึ่งที่แน่นอน คือประชาชนสามารถปฏิเสธได้ด้วยการลงคะแนนไม่เลือกใครเลย

เมื่อถามว่าความพยายามปลุกกระแสอนุรักษนิยมจากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อ้อนขอคะแนนเสียงประชาชนที่รัก “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ให้มาเลือก “ลุงหนู” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ แต่ในที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเลือกอนาคตแบบไหนอย่างไร อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นเสียงที่ทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าประเทศจะไปในทิศทางที่ดี
เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับอย่างไร และมีความมั่นใจมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชน และวันนี้ (12 ม.ค.) ตนได้มีโอกาสนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมายังสถานีสุทธิสาร ก็มีประชาชนทักทายเป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาหันมาสนใจเรา ซึ่งอยากที่จะเข้าหาประชาชนให้ได้มากที่สุด ในช่วง 20 กว่าวันที่เหลือ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ หากเลือกพรรคประชาธิปัตย์คืออะไร ส่วนจะไปครบทั้ง 33 เขตเลยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการปราศรัยใหญ่ของ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ที่สวนเบญจสิริ พอจะประเมินได้หรือไม่ว่าจะได้ที่นั่ง สส. ในกรุงเทพฯ กี่ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าคนยืนปราศรัย สามารถประเมินได้ ก็เก่งมาก แต่สิ่งที่เรารู้คือมีประชาชนสนใจ และมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่รักเรา ให้เวลากับเราในหลายชั่วโมงเพื่อฟังการปราศรัย ซึ่งหวังว่าคนเหล่านี้จะนำสิ่งที่ได้ยินไปถ่ายทอด
เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ถึงกระแสนายกฯ “อ.อ่าง” มาแรง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อ.อ่างมีหลายใบ แต่ว่าเลือกให้ถูก อ.อ่าง ก็แล้วกัน



