สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่าองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) รายงานว่า อัตราการว่างงานทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 4.9% ในปีที่แล้วและปีก่อนหน้า และคาดว่าจะคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกันไปจนถึงปี 2570 ขณะที่จำนวนคนว่างงานในปีนี้อยู่ที่ 186 ล้านคน
นอกจากนั้น ความไม่แน่นอนทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงระยะยาว ซึ่งเกิดจากมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อาจสร้างความปั่นป่วนในอนาคตต่อตลาดแรงงาน โดยแบบจำลองในอนาคตชี้ให้เห็นว่า ความไม่แน่นอนนี้อาจลดผลตอบแทนต่อแรงงาน และส่งผลให้ค่าจ้างที่แท้จริงลดลง สำหรับทั้งแรงงานมีทักษะและไม่มีทักษะ ในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และยุโรป
What lies ahead for the labour market in 2026?
— International Labour Organization (@ilo) January 14, 2026
At first glance, it looks resilient.
But look closer: progress in job quality has slowed sharply, with working poverty and informality still widespread.
Read the new Employment and Social Trends 2026 ➡️https://t.co/e2vFBqyLe0 pic.twitter.com/NnyIPOAReC
รายงานระบุอีกว่า ศักยภาพของการค้าในการสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ ๆ กำลังถูกท้าทายจากการหยุดชะงักที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีงานถึง 465 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ที่ขึ้นอยู่กับความต้องการจากต่างประเทศ ทั้งผ่านการส่งออกสินค้าและบริการ และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนั้น ไอแอลโอยังแสดงความกังวลต่อคุณภาพของงานที่มีอยู่ นายกิลเบิร์ต เอฟ ฮวงโบ ผู้อำนวยการไอแอลโอ เตือนว่า แรงงานหลายร้อยล้านคนยังคงติดอยู่ในความยากจน การทำงานนอกระบบ และการถูกกีดกัน โดยรายงานระบุว่า แรงงานเกือบ 300 ล้านคนยังคงอาศัยอยู่ในความยากจนขั้นรุนแรง และมีรายได้น้อยกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ราว 94 บาท)
ขณะเดียวกัน ไอแอลโอคาดว่า จะมีแรงงานประมาณ 2.1 พันล้านคนทำงานนอกระบบในปีนี้ ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีโอกาสเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม สิทธิแรงงาน และความมั่นคงในงานอย่างจำกัด
ด้านอัตราการว่างงานในกลุ่มอายุ 15-24 ปีจะสูงถึง 12.4% ในปี 2568 และมีเยาวชนอีกประมาณ 260 ล้านคน ซึ่งไม่ได้รับการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม.
เครดิตภาพ : AFP



