เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงให้ น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เขต 3 เบอร์ 2
โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเลือกผู้สมัครที่ “ครบเครื่อง” ทั้งความใกล้ชิดประชาชนและความรู้ยุคใหม่ จบสายเทคโนโลยีที่ต่อยอดได้จริงกับปัญหาปากท้องและความปลอดภัยของคนในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เศรษฐกิจดิจิทัลไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในสาธารณสุข ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “30 บาทรักษาทุกที่โดยใช้ AI” ยิ่งไปกว่านั้นยังมีประสบการณ์ในฐานะเลขานุการรัฐมนตรีมาแล้ว 3 สมัย จึงทำงานเป็น เข้าใจประชาชน และพร้อมผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจริง ๆ ในพื้นที่และระดับประเทศ

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนมาให้กำลังใจ และช่วย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม เบอร์ 2 ของพรรคเพื่อไทย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ ไม่ได้แค่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน แต่ดีกรีทางการศึกษาก็ไม่ธรรมดา ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนแบบนี้พรรคการเมืองต่างๆ จะแย่งกัน พอไปลงสมัครเขตไหนประชาชนก็เลือกก่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่คราวที่แล้วไปเจอกระแสที่อาจทำให้ประชาชนไขว้เขว แต่คราวนี้ไม่มีกระแสเหมือนเดิมแล้ว การจะเลือกใครมาเป็นผู้แทนจึงมาดูที่คุณสมบัติ
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ พูดเรื่อง 30 บาท ว่าจะไม่ทิ้งนโยบายนี้แน่ๆ สอดคล้องกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่พูดเรื่อง “30 บาท AI” ที่ทำให้การรักษาในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่เชื่อมโยงข้อมูลให้พี่น้องไปรักษาได้ทุกที่ สะดวกรวดเร็ว และการวินิจฉัยของแพทย์ก็จะแม่นยำขึ้นด้วย ดังนั้นเมื่อ น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์เรียนมาทางใช้เทคโนโลยีในด้านสาธารณสุข “30 บาทรักษาทุกที่ AI” คนที่จะไปช่วยคิดคนสำคัญเลย ชื่อ “เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ”
นอกจากนี้ยังเป็น “เลขานุการรัฐมนตรี” มา 3 สมัยแล้ว คุณสมบัติแบบนี้ ความรู้แบบนี้ต้องช่วยในระดับประเทศต่อไปข้างหน้า ตนจึงขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องยานนาวา-บางคอแหลม เลือกคนที่มีความรู้ มีความตั้งใจจริง มาทำงานรับใช้ประชาชน และทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากขึ้น

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า แต่ตนรับรองไม่ได้ว่าคนไหนจะเป็นรัฐมนตรี แต่พูดได้ว่าบุคคลที่มีประสบการณ์และมีความรู้แบบนี้ ถ้าไม่มีกระแสอะไรที่มาทำให้คนไขว้เขว ประชาชนก็ต้องเลือกคนแบบนี้เข้าไปเป็น สส.และส่งเสริมให้เขามีบทบาทมากๆ ในการบริหารประเทศในอนาคต


