ขณะที่ “ภูมิใจไทย”ต้องการสถาปนาตัวเองเป็นพรรคหลักในภาคใต้ แกนนำพรรคเป็น “คนมีชื่อเสียง” ในภาคใต้คือตระกูล “รัชกิจประการ”ฝั่งอันดามันพรรคน้ำเงินทำพื้นที่ได้แข็งแรง ซึ่งยังต้องเจาะ จ.ภูเก็ตให้ชนะยกจังหวัด แต่เมื่อประชาธิปัตย์ใช้แรงขั้นสุดเพื่อจะกลับมาให้ได้ การสู้ชิง“พื้นที่เป้าหมาย”สำคัญ คือเจาะ อ.หาดใหญ่ให้ได้ ในฐานะเมืองศูนย์กลางการขนส่งของภาคใต้  และอ.หาดใหญ่ยังเป็น“พื้นที่จุดอ่อน”ที่ทุบภูมิใจไทยได้ง่าย เนื่องจากถูกถล่มหนักในเรื่องการแก้ปัญหา-เยียวยา น้ำท่วมฉุกเฉินเมื่อปี68 แม้ จะส่ง“สส.กอล์ฟ”ศาสตรา ศรีปาน ลงป้องกันแชมป์สู้ จูรี นุ่มแก้ว ค่ายแม่พระธรณี 

“โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ ขุนพลภาคใต้  เน้นย้ำวาทกรรมหลัก “ทวงคืนโอกาสที่หายไป 30 ปี” บอกว่า อ.หาดใหญ่มีศักยภาพครบถ้วน ทั้งระบบถนน รถไฟ และการบิน เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ เชื่อมโยงไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่กลับเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ถูกคิดตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับงบประมาณก่อสร้างจริงเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น  

“แล้วส่วนที่เหลือจะเสร็จในยุคที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี การพัฒนาภาคใต้ไม่อาจพึ่งพาเพียงถนนอย่างเดียว โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันจากกรุงเทพฯ มาหยุดเพียงจังหวัดชุมพร ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบาย ผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ แก้ปัญหาน้ำท่วม ตั้งกองทุนภัยพิบัติเยียวยาน้ำท่วมครัวเรือนละแสน”  

“ทวงคืนภาคใต้ โอกาสหายไปกว่า 30 ปี” ก็คือวาทกรรมใช้ตีกระทบบางพรรค ซึ่งว่ากันว่า เป็นเจ้าของสำนวน “ส่งเสาไฟฟ้ามาเราก็เลือก” ผู้ท้าชิงแดนใต้แย่งกันบอกว่า“เราไม่เป็นไปตามสำนวนนี้” 

การตีพื้นที่ของ “โกเกี๊ยะ” ดูจะไม่ถูกใจ“นายหัวชวน  หลีกภัย” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกอาการฉุนคำกล่าว “ภาคใต้ที่มีนายกฯ 2 สมัย แต่ไม่ได้รับการพัฒนา” จนออกมาตอบโต้ว่า ควรแถลงนโยบายหรือผลงานมากกว่าว่า หาก 14 จังหวัดภาคใต้เลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำงบประมาณเข้าไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แนวคิดลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยรัฐบาลทักษิณ ที่ประกาศพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พรรคไทยรักไทยไม่ได้รับเลือกจากภาคใต้แม้แต่คนเดียว 

“การพูดเช่นนั้น ประชาชนมองว่าเป็นความไม่ยุติธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่ห้ามเลือกปฏิบัติเพราะความเห็นทางการเมือง  หากนักการเมืองใช้แนวคิดไม่เลือกไม่พัฒนา จะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม และบิดเบือนหลักประชาธิปไตย เพราะประชาชนทุกจังหวัดเสียภาษีเท่ากัน รัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องพัฒนาทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ผมเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย รวมเวลากว่า 6 ปี แต่การบริหารงานไม่ได้เจาะจงพัฒนาเฉพาะ จ.ตรัง โครงสร้างพื้นฐานสำคัญถูกกระจายทั่วประเทศ เช่น โครงการถนน 4 เลน ที่ทำครบทุกภูมิภาค”  

นายชวน ยังระบุว่า “การพาดพิงในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการไม่ให้เกียรติชาวตรัง และส่งผลต่อบรรยากาศการหาเสียง นายกรัฐมนตรีต้องเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่คิดแบบนักธุรกิจการเมืองที่มองเรื่องกำไร”   

สองพรรคที่แข่งกันเดือดจริงๆ “พรรคสีฟ้า” ซึ่งคาดหวังการฟื้นฟูพรรค จำนวน สส.ต้องได้มากพอที่จะมีบทบาทสำคัญในสภา หรือแม้แต่ในฝ่ายบริหาร ส่วน “พรรคสีน้ำเงิน”ก็ต้องการให้ตัวเองเป็นเสียงข้างมากอันดับ 1 เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

2 สัปดาห์ก่อนกาบัตรคงเร่งเครื่องขับเคี่ยวกันสนุก.