เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เวลา 08.30 น. ที่ตลาดแสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ตามภารกิจ พร้อมด้วยนายธีระ สลักเพชร อดีต สส.ตราด พรรคประชาธิปัตย์ 5 สมัย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่ตลาดสดเทศบาลแสนตุ้ง จ.ตราด เพื่อช่วยนายปรีชาวิญช์ ฉิมผกา ผู้สมัคร สส.ตราด หมายเลข 7
โดยทันทีที่คณะของนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาถึงในเวลาที่บรรยากาศภายในตลาดที่เคยสัญจรตามปกติกลับคึกคัก มีประชาชนและพ่อค้าแม่ขายต่างเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์ รวมถึงมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัย เพื่อให้กำลังใจแก่นายอภิสิทธิ์และคณะ รวมถึงมีประชาชนจำนวนมากมาขอถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์เป็นระยะๆ และมีแม่ค้าคนหนึ่งกระโดดหอมแก้มนายอภิสิทธิ์ ท่ามกลางเสียงเฮดังไปทั่วตลาด

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยย่อยบนรถแห่ ตอนหนึ่ง ว่า ขอบคุณประชนชาวตราดสำหรับมิตรภาพที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนาน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึง 20 วัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ สำหรับสถานการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ชาวตราดได้รับผลกระทบ แม้ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยตนเป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในช่วงนั้น ควรได้รับการช่วยเหลือเยียวยาโดยเร็ว เราในฐานะพรรคการเมืองไม่ติดใจ ถ้ารัฐบาลจะใช้งบกลางในการเร่งรัดในเรื่องเหล่านี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึง 20 วัน จะมีการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์หวังว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชนและประเทศได้ วันนี้บ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีปัญหามาก เรื่องใหญ่คือ ติดหล่มปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน ความไว้วางใจ ระบบยุติธรรม ที่ทำให้ชีวิตประชาชนมีปัญหากว่า 10 ปี ทั้งนี้มีสิ่งที่ประชาชนเปลี่ยนแปลงได้ หากเอาคนมุ่งมั่นตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต เข้าปราบปรามการทุจริต และทุนเทา ตนเข้ามาทำงานช่วงสั้นๆ และยังไม่มีอำนาจ สามารถแกะรอยเส้นทางการเงิน และธุรกรรมที่ต้องสงสัยเกี่ยวกับทุนเทา ยื่น ก.ล.ต. และ ปปง. หากเป็นรัฐบาลการทำงานจะรวดเร็ว เรื่องอุปสรรค คน กฎหมาย จะดำเนินการเฉียบขาด จริงจังทันที และจะเดินหน้าสร้างบ้านเมืองสุจริต ปราบทุจริต ครบวงจร เปลี่ยนกฎระเบียบการติดต่อราชการ อนุญาต ไม่ให้ราชการเรียกเงินจากประชาชน เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนตรวจสอบ ทำเรื่องโยกย้ายแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงให้โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซื้อขายตำแหน่งที่นำไปสู่คอร์รัปชัน
“นักการเมือง หรือ ผู้ดำรงตำแหน่ง และมีอำนาจต่างๆ ต้องเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจทั้งหมด ถ้าทำได้ เรียกความเชื่อมั่นได้ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตนหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เพื่อเข้าไปผลักดันเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การเมืองสุจริตนำไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาพบปะประชาชนที่ จ.ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี เราให้ความสำคัญกับภาคตะวันออก เพราะว่าภาคตะวันออกก็เป็นแบบจำลองเล็กๆ ของประเทศไทย ในเรื่องของปัญหาต่างๆ เราอยากเห็นภาคการเกษตรได้รับการยกระดับขึ้น เพราะว่าเราอยากให้การแปรรูปอาหาร ผลไม้ ให้มีมูลค่าสูง สามารถที่จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ในการทำให้เศรษฐกิจโตได้เร็ว แบบที่เคยเป็นในอดีต เราอยากเห็นการปรับฐานการผลิตในภาคอุตสาหกรรม มาเป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น เราอยากเห็นการได้รายได้จากการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งเกือบทุกจังหวัดในภาคตะวันออกมีประเด็นเหล่านี้อยู่ทั้งสิ้น วันนี้ก็จะมีโอกาสได้นำสิ่งเหล่านี้มาพูดคุยกับประชาชนในภาคตะวันออก และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนให้เราไปผลักดันเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้การเมืองสุจริตนำไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีที่นั่ง สส. ในภาคตะวันออก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยได้ สส. ใน 4 จังหวัดภาคตะวันออกเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จากกระแสของความนิยมของพรรคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ เราจึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถกลับมายึดที่นั่ง สส. ในพื้นที่ได้อีกครั้ง.



