น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2568 แม้บริษัทฯ จะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย แต่ในไตรมาสที่ 4 ผลการดำเนินงาน พลิกกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก ตัวเลขไม่สูงมาก แต่ภาพรวมปี 2568 ยังขาดทุน 140-150 ล้านบาท ปัจจุบันมีจำนวนรถ 2,350 คัน รวมรถหมุนเวียน ในจำนวนนี้ใช้งานให้บริการราว 1,600 คันต่อวัน มีผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 แสนคนต่อวัน วันธรรมดา 3.7 – 4 แสนคน ทั้งนี้ในปี 2569 มีแผนปรับจำนวนใช้งานให้บริการเพิ่มเป็น 2,000 คัน เพื่อเพิ่มความถี่ให้บริการผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น คาดว่าในปีนี้ผู้โดยสารจะอยู่ที่ประมาณ 4.7 แสนคนต่อวัน

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่า TSB ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐพอสมควร อาทิ การใช้นโยบายอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนประเภทอื่นๆ ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง, การยื่นขอปรับปรุงใบอนุญาตเส้นทางที่ยังล่าช้า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายจำนวน 16 เส้นทาง เพื่อเน้นการเชื่อมต่อ (Feeder) ปรับเส้นทางให้เหมาะสมกับการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป ระหว่างย่านที่อยู่อาศัยพร้อมกับการเชื่อมต่อกับระบบรางให้เกิดความเป็นโครงข่ายที่สะดวกขึ้นสำหรับประชาชน 

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวอีกว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ขนส่งมวลชนไทยยังไม่ไปถึงจุดสูงสุดคือ ต้นทุนสวนทางกับราคาค่าโดยสาร จึงขอส่งสารถึงรัฐบาลชุดใหม่ 3 ประเด็นคือ 1.การแข่งขันที่เป็นธรรม TSB ไม่เคยมองว่าขนส่งมวลชนทุกบริษัท ทุกประเภท เป็นคู่แข่ง เพราะต้องการเป็นโครงข่ายให้ประชาชนได้เดินทางเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนควรเข้าถึงอย่างเท่าเทียม แต่รัฐควรต้องดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เสมอภาค โดยเฉพาะการอุดหนุนงบประมาณจากภาษี (Subsidy) ที่อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านราคา จึงหวังเห็นการลดภาระต้นทุน

2.เสนอให้รัฐพิจารณาลดภาษีพลังงาน หรือค่าธรรมเนียม พ.ร.บ. สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้มีงบประมาณไปพัฒนาคุณภาพรถโดยไม่ต้องขึ้นค่าโดยสาร และ 3.การจัดการรถผิดกฎหมาย เร่งปราบปรามรถเถื่อน หรือรถที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เพราะตัดราคาผู้ประกอบการที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามในปี 2569 จะเป็นปีที่พิสูจน์ว่า รถเมล์ไฟฟ้าไทย จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน หากได้รับการสนับสนุนนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวด้วยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ จะนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างการเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยแอปพลิเคชัน TSB Go Plus+ เวอร์ชันใหม่ ที่จะเปิดตัวไม่เกินเดือน มี.ค.2569 ซึ่งจะมีความแม่นยำกว่าเดิม เพิ่มฟังก์ชันใหม่ สร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้ขนส่งสาธารณะจะสามารถบริหารจัดการการเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Loyalty Program นำระบบสะสมแต้มรักษ์โลกเข้ามาใช้ ให้ผู้โดยสารสามารถนำสิทธิประโยชน์ไปใช้กับพาร์ทเนอร์อื่นๆ สร้างความคุ้มค่ามากกว่าแค่การเดินทาง 

นอกจากนี้จะขยายฐานธุรกิจงานจ้างเหมาบริการ B2B และ B2G เป็นอีกก้าวสำคัญของ TSB ที่กำลังปรับโครงสร้างรายได้ให้มั่นคงขึ้น ลดการพึ่งพาค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความผันผวนตามนโยบายรัฐ โดยรุกงานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่างๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ที่บริษัทฯ สามารถคว้างานบริการรถ Shuttle ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมกับขยายงานต่างจังหวัด โดยจะเข้าร่วมการประมูลรถขนส่งประจำจังหวัด กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ต่างๆ ประมาณ 10 จังหวัด อาทิ เชียงใหม่, น่าน และลำพูน โดยจะเริ่มเข้าร่วมประมูลที่ จ.ลำพูน เป็นแห่งแรกในเดือน ม.ค.นี้

นายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส กล่าวว่า เป้าหมายสัดส่วนรายได้ปี 2569 จะแบ่งเป็น ตั๋วโดยสาร 80%, งานจ้างเหมาบริการ (B2B/B2G) 12% และโฆษณา 8% เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ในปี 2569 ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 30% จากปีที่แล้วมีรายได้ประมาณ 2,200 ล้านบาท และปีนี้จะเป็นปีแรกที่ TSB ตั้งเป้าจะมีกำไร คาดการณ์ประมาณ 200 ล้านบาท.