“ผักชีฝรั่ง” เป็นพืชล้มลุก จัดอยู่ในวงศ์ผักชี โดยมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และประเทศเม็กซิโก แต่ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก  มีลำต้นเตี้ยติดดิน ใบออกรอบโคนต้น ไม่มีก้านใบ ใบรูปหอก ยาวรี โคนใบสอบลง ยาวประมาณ 10-15 ซม. กว้างประมาณ 2-3 ซม. ขอบใบจักรแบบฟันเลื่อย และที่ปลายจักรมีหนามอ่อนๆ ดอกมีก้านชูสูงประมาณ 10-20 ซม.แตกกิ่งช่อดอกตรงปลาย ดอกเป็นกระจุกกลม สีขาวอมเขียว ตรงโคนช่อดอกมีใบประดับรูปดาว มีกลิ่นหอมทั้งต้นและใบ เป็นผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีใบสีเขียวอ่อน ขอบใบมีลักษณะคล้ายฟันเลื่อย  ผักชีฝรั่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ช่วยชูรสอาหาร  สามารถนำมาทำอาการได้หลากหลาย อาทิ ต้มแซ่บ ยำนานาชนิด

นอกจากการนำมาปรุงอาหารแล้ว ชาวบ้านยังนิยมนำส่วนต่างๆ ของผักชีฝรั่งมาต้มเป็นยารักษาหลากหลายอาการ  เพราะผักชีฝรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการของผักชีฝรั่งนั้นก็มีมากมาย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เบตาแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก  และสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

ผักชีฝรั่งถูกนำมาใช้เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เมล็ดผักชีฝรั่งถูกนำมาใช้เป็นยาขับลมเพื่อลดอาการท้องอืดและอาการปวดเกร็ง รากผักชีฝรั่งใช้เป็นยาขับปัสสาวะและคั้นน้ำผักชีฝรั่งเพื่อรักษาโรคไต น้ำมันผักชีฝรั่งยังใช้ในการควบคุมการไหลเวียนของประจำเดือนในการรักษาภาวะประจำเดือนไม่มาและปวดประจำเดือน และเชื่อกันว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ใบที่ช้ำใช้ในการรักษาเนื้องอก แมลงกัดต่อย เหา ปรสิตบนผิวหนัง และรอยฟกช้ำ

นอกจากนี้ยังมีรายงานการใช้ผักชีฝรั่งแบบดั้งเดิมอื่นๆ เช่น การรักษาโรคต่อมลูกหมาก ตับ และม้าม ในอดีต ผักชีฝรั่งยังใช้ในการรักษาโรคโลหิตจาง โรคข้ออักเสบ และมะเร็ง เป็นยาขับเสมหะ ยาต้านจุลชีพ ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ และยาระบาย นอกจากนี้ยังใช้เป็นโลชั่นบนหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดลองทางคลินิกเพื่อยืนยันการใช้งานเหล่านี้

สำหรับวิธีการเลือกซื้อผักชีฝรั่งนั้นให้เลือกซื้อเอาใบที่เขียวสด ไม่เหลืองและเหี่ยว เมื่อซื้อมาแล้วก็เก็บใส่ถุงพลาสติกผูกให้มิดชิดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นในช่องผักได้เลย  

อย่างไรก็ตาม ผักชีฝรั่งมีกรดออกซาลิกสูง จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคผักชีฝรั่งในปริมานที่เยอะเกินไป เพราะอาจทำให้ปวดท้องหรือเจ็บป่วยได้.