เมื่อเวลา 09.58 น. วันที่ 27 ม.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคกล้าธรรม ว่า จากการไปหลายจังหวัดเสียงตอบรับดี ส่วนคะแนนเสียงต้องว่ากันอีกทีหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองท่าทีของพรรคประชาชนที่แตกต่างกัน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าจะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม ในขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง กล่าวว่า ไม่มองอย่างไร ตอนนี้มองแต่ตัวเองก่อน และมีหลักการชัดเจนว่า ใครก็ตามที่มีเจตนารมณ์ในการแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด ตรงนี้เป็นจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคกล้าธรรม และไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เล่นการเมืองอะไรที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเสาหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา และสถาบัน ไม่เอาด้วยเด็ดขาด
เมื่อถามถึง กรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กลับมา จะปลุกกระแสเรื่องของทหารได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ทหาร และกองทัพ ก็อยู่ส่วนของทหาร อย่าเอามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากการเมืองไม่คุยกันเองแล้วชอบทะเลาะกัน บ้านเมืองเสียหายหมด ท้ายสุดต้องมีกรรมการกลางออกมายามบ้านเมืองมีวิกฤติ ทหารก็ต้องออกมาแก้ปัญหา
เมื่อถามว่า วาทกรรม มีทหารไว้ทำไม และรบไปก็แพ้ จะถูกนำกลับมาใช้อีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สิ่งที่เขาพูดจะย้อนกลับมาเข้ามาสู่ตัวเอง ตนไม่ได้ว่าใคร แต่เราอยู่มาด้วยกัน หาประวัติศาสตร์และสอนให้ลูกหลานได้รู้จักประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างไร เราอยู่ได้ เพราะมีกองทัพมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่สยามมาถึงกรุงเทพฯ และมีสถาบัน รวมถึงกองทัพ ประเทศที่เจริญแล้ว ก็มีกองทัพแม้ความเจริญด้านเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ อาจเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องมีทหาร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนการที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัตินั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ให้สังเกตว่าเวลาที่พรรคเรามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เราต้องดูตัวเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเองว่ามีคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.และมีความพร้อมหรือไม่ หากยังไม่พร้อม ยังไม่ถูกต้องระเบียบกฎหมายที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดก็ต้องโทษตัวเอง อย่าไปโทษคนอื่น หากตัวเองมีแผลตรงไหนก็ต้องดูแลตัวเอง หากมีแผลสมัครไม่ได้ก็ต้องยอมรับตัวเอง เราต้องดูตัวเองเป็นหลัก เรามีบทเรียนมาเยอะ ไม่เหมือนกับคนอื่นที่พอโดนตรวจสอบก็ไม่มองตัวเอง แต่โทษคนอื่น
เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยพูดบนเวทีปราศรัย ว่า จะเป็นพรรคอันดับ 3 ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าจะได้อันดับ 3 แต่บอกว่าคัดผู้สมัคร จาก 350 คน ซึ่งการทำงานการเมือง ต้องคัดเกรด ต้องกรองของเราถ้าไม่เป็นตามเป้าที่วางไว้ ตอนนี้เหลือ 100 กว่า จนกว่าจะถึงวันที่ 8 ก.พ.นี้ 100 กว่า จะเหลือเท่าไหร่ และถ้าเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ทุกวันนี้ เราพร้อมสู้ทุกทาง
เมื่อถามว่า รู้สึกหวั่นไหวบ้างหรือไม่ ที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่หาเสียง จ.พะเยา และได้รับการตอบรับดี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ใครจะไปหาเสียงที่ไหน ตนแทบจะไม่ได้อยู่ที่ จ.พะเยา เพราะไม่ได้ลง สส.เขต แต่เป็นนายอัครา พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.พะเยา เขต 1
“เราไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร อย่าสำคัญตัวเองผิด จ.พะเยา เราเปลี่ยนจากเมืองทางผ่านเป็นเมืองเศรษฐกิจ ตอนนี้แทบจะเป็นเมืองหลักอยู่แล้ว ขณะนี้กำลังจะมีสนามบิน ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา เมื่อเสร็จแล้วก็จะดำเนินการสร้าง ส่วนที่ น.ส.รักชนก บอกว่าอยากเปลี่ยน ต้องถามว่าเปลี่ยนอะไร คุณไปวันเดียว คุณรู้เรื่องอะไร อย่าหลอกตัวเอง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว



