“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) อยู่ระหว่างทบทวนรายละเอียดบางส่วนของโครงการรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส) ที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ หลังจากเกิดสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงก่อนหน้านี้ ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะใน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท

ปัจจุบันโครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 ยังอยู่ที่กระทรวงคมนาคม หลังจากก่อนหน้านี้ รฟท. ได้ส่งเรื่องเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา แต่เนื่องจากรัฐบาลยุบสภาไปก่อน จึงต้องรอเสนอ ครม. ชุดใหม่ ซึ่งตามปกติกระทรวงคมนาคม ต้องส่งเรื่องกลับมาให้ รฟท. ก่อนเสนอมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอ ครม.ชุดใหม่พิจารณา แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ส่งกลับมา ขณะที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายเรื่องอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ ทาง รฟท. จึงเริ่มทบทวนรายละเอียดไปพลางก่อน เมื่อส่งกลับมาจะได้ดำเนินการทันที และเสนอ ครม.ชุดใหม่โดยเร็ว

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างการประเมินว่าต้องปรับแบบบางส่วน โดยการยกระดับทางรถไฟบางช่วงให้สูงขึ้นหรือไม่ และต้องพิจารณาด้วยว่าการปรับแบบดังกล่าว จะกระทบกับวงเงินที่จะเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่อย่างไร หากจำเป็นต้องปรับแบบ และวงเงินเพิ่มขึ้นต้องเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. พิจารณา ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตามเวลานี้เจ้าหน้าที่ของ รฟท. เริ่มลงสำรวจพื้นที่ที่จะใช้ในการก่อสร้างแล้ว โดย รฟท. จะเร่งดำเนินการทบทวนรายละเอียด เพื่อให้แล้วเสร็จก่อนมี ครม. ชุดใหม่ และยังตั้งเป้าหมายที่จะเปิดประกวดราคา 3 เส้นแรกสายใต้ให้ได้ภายในปี 2569

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนที่เหลืออีก 3 เส้นทาง ประกอบด้วย ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงินประมาณ 81,143 ล้านบาท, ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095 ล้านบาท และช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท จะทยอยเปิดประมูลต่อไป ซึ่ง 3 เส้นทางนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ให้เพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์ ซึ่ง รฟท. ได้จัดทำ และส่งกลับให้ สศช. พิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตามต้องเร่งเสนอให้ ครม. เห็นชอบโดยเร็ว เนื่องจากรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) จะหมดอายุ ยกเว้นช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาอีไอเอ(คชก.) แล้ว อยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) พิจารณา
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ และช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ที่อีไอเอหมดอายุไปแล้วนั้น รฟท. ได้หารือกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) แล้ว โดยให้ รฟท. ทบทวนมาตรการในรายงานอีไอเออีกครั้ง และให้ยืนยันกลับมาว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่กระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่ง รฟท. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ก่อนเสนอกลับไปยัง สผ. พิจารณา เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้.



