เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ตลาดเจ้าพรหม จ.พระนครศรีอยุธยา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน หาเสียง โดยประกาศเชิญชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ พร้อมขอคะแนนเสียงให้เลือกพรรคประชาชน เพื่อให้ผู้สมัคร สส. เข้าสภา และเลือกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งครั้งนี้ไม่มี สว. มาขัดขวางกันเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอให้เลือกพรรคประชาชนอย่างท่วมท้น ส่งนายทวิวงศ์เข้าสภาและให้พระประชาชนไปเป็นรัฐบาล ให้คำสัญญาว่าจะไม่ทุจริต จะใช้เงินภาษีทุกบาทไปพัฒนาประเทศ

โดยช่วงหนึ่งแม่ค้าได้กวักมือเรียกนายธนาธรและนายทวิวงศ์ เข้าไปสอบถาม โดยแม่ค้ากล่าวว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดี น่าเอาไปเป็นฝ่ายค้าน ทำให้นายธนาธรตอบกลับทันทีว่า “ไม่ได้ รอบนี้ต้องเป็นรัฐบาลแล้ว” และแม่ค้าตอบกลับว่าก็จริง ให้เอาคนใหม่ขึ้นมาดีกว่า ไม่เช่นนั้นก็จะอยู่แบบเดิมๆ สีแดง สีน้ำเงิน พร้อมสะท้อนถึงปัญหาค่าไฟฟ้าแพง เพราะการค้าขายต้องใช้ตู้แช่ของค่าไฟเดือนละ 1.5 หมื่นบาท

ระหว่างเดินหาเสียง คณะของนายธนาธร บังเอิญเจอขบวนหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งฝั่งนายธนาธรบอกว่าไปทักทายหน่อย หลังจากที่ผู้สื่อข่าวเสนอแนะให้ทักทายกัน ซึ่งทั้งคู่พร้อมผู้สมัคร สส. ต่างเจอและจับมือทักทายกัน โดยมีแม่ค้า กล่าวว่า มาหาเสียง มาเจอกันไม่เป็นไร ไม่ว่าพรรคไหนก็รักเหมือนกัน ก่อนที่จะแยกย้ายเดินหาเสียงในตลาดต่อไป
ต่อมานายธนาธรได้เจอกับอาม่าร้านทองในตลาด พูดคุยกันเรื่องสถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบัน ที่ราคาทองขึ้น มีแต่คนนำทองมาขาย ไม่มีใครมาซื้อเพราะเศรษฐกิจไม่ดี และอาม่าจับมือนายธนาธร กล่าวอวยพร ขอให้โชคดี และบางคนตะโกน ฟ้ารักพ่อ

ตลอดเส้นทางนายธนาธรได้ฝากฝังผู้สมัคร สส. ว่ามีความต้องการทำให้เกาะเมืองมีความครึกครื้นอีกครั้ง และจะแก้ไขปัญหารถติดครั้งนี้ จึงขอเป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้านไม่ได้แล้ว โดยขอโอกาสในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น พ่อค้าแม่ค้าต่างให้การต้อนรับ รวมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของขอถ่ายรูปและสอบถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาประเทศ
จากนั้นนายธนาธรขึ้นเวทีปราศรัย โดยแนะนำตัวผู้สมัครให้ประชาชนได้รู้จัก พร้อมกล่าวถึงนโยบายการพัฒนาเกาะเมือง หลังจากทรุดโทรม มีนักท่องเที่ยวเยอะและเข้าทิ้งขยะ โดยจะส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนา สร้างรถเมล์ EV วิ่งทั่วเกาะ และหยิบยกสถานการณ์น้ำท่วมอยุธยา ที่ผู้สมัครของพรรคประชาชนได้ไปอยู่กับประชาชน ประสานความช่วยเหลือ กล่าวถึงงบประมาณเยียวยาประชาชนที่ไม่เหมาะสม ในรอบที่ผ่านมาเป็นฝ่ายค้านไม่มีโอกาสเข้าไปทำงาน ทำได้เพียงการสอบเสนอแนะ แต่รัฐบาลไม่มีการนำไปปฏิบัติ ย้ำว่าว่าเลือกตั้งรอบนี้ไม่เหมือนเดิมเสียของ ประชาชนกำหนดอนาคตของประเทศด้วยตัวเอง ที่ผ่านมา มี สว. มาร่วมโหวตนายกฯ ทำให้ผลการเลือกตั้งกับการจัดตั้งรัฐบาลไม่สอดคล้องกัน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีเสียง สว. ร่วมโหวตนายกฯ แล้ว อำนาจในการกำหนดอนาคตของประเทศไทยอยู่ที่ประชาชน

“ขออย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะชั่วโมงนี้ไม่ใช่เวลากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต จงกลัวปัจจุบันที่กำลังผุพังล่มสลาย ยาเสพติดแพร่ระบาดทั่วบ้านทั่วเมือง การศึกษาตกต่ำทุกวัน ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน กว้างขึ้นทุกที เราแข่งขันสู้กับโลกไม่ได้ เพื่อนบ้านโตเอาโตเอา เราเคยฝันเป็นเสือแห่งเอเชีย แต่วันนี้เป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ การฟอกเงิน” นายธนาธร กล่าว

นายนายธนาธร กล่าวว่า จะไม่ยอมให้ลูกหลานเกิดและเติบโตในสังคมเช่นนี้ แต่จะแก้ไขปัญหาไม่ได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกคน ดังนั้น 8 ก.พ. ไม่มีมีเสียง สว. มาขัดขวาง เสียงของประชาชนเท่านั้นจะกำหนดอนาคตของประเทศนี้ ขอให้กาพรรคประชาชนเพื่อเข้าไปโหวตชื่อนายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เลือกพวกเราให้ท่วมท้น เลือกพวกเราให้มากพอที่พวกเราจะไม่ต้องไปขอใบอนุญาตจัดตั้งรัฐบาลจากใครที่ไหนอีก ถ้าพวกเราชนะอย่างท่วมท้น ตั้งรัฐบาลแล้วไม่มีกลไกอะไรมาหยุดยั้งขัดขวางเราได้ เปลี่ยนความผิดหวัง เปลี่ยนความโกรธ ในปี 2566 เป็นความหวังเป็นความกล้าหาญ ในปี 2569 คือสิ่งที่เราจะสัญญากับท่าน ว่าหากกานายทวิวงศ์ เข้าไปแล้ว ประชาชนเข้าไปเป็นรัฐบาล เราจะกล้าหาญ กล้าทำสิ่งที่ยาก แต่จำเป็นสำหรับอนาคตของประเทศ เราจะไม่ทุจริตคอร์รัปชัน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายเป็นภาษีของประชาชน จะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน ไม่ทุจริตคอร์รัปชันเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง ทำให้ตัวเองและพวกพ้องร่ำรวยมากขึ้น นี่คือคำสัญญาของพวกเรา



