นายจิระวัฒน์ แต่งเจนกิจ People Director วัตสัน ประเทศไทย เปิดเผยกลยุทธ์และทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลในเชิงธุรกิจว่า บริษัทได้ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด People Centric Organization โดยมุ่งเน้นการออกแบบสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และโครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการดึงศักยภาพสูงสุดของบุคลากรออกมาโดยที่กลยุทธ์ด้านบุคลากรของบริษัทได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือEssential (งานพื้นฐาน) ครอบคลุมด้านข้อมูล (Data), เทคโนโลยี และปฏิบัติการ (Operations) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทุกองค์กรต้องมี และ Strategic Differentiator (จุดต่างเชิงกลยุทธ์) ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้แบรนด์ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ วัฒนธรรมและแบรนด์, การพัฒนาทักษะ และความยั่งยืน

ทั้งนี้ ในด้านความยั่งยืนด้านบุคลากรนี้วัตสันได้ให้ความสำคัญกับ 3 ด้านคือ Planet, People และ Product โดยในมิติ People หรือด้านบุคลากรจะเน้นไปที่หัวใจสำคัญ คือ ความใส่ใจ ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีใน 4 มิติ ได้แก่ 

1. กายภาพ อาทิ การป้องกันไม่ให้พนักงานเกิดออฟฟิศซินโดม และกิจกรรมโยคะ

2. สุขภาพจิต บริการให้คำปรึกษาแบบ 1:1 กับจิตแพทย์ และกิจกรรมฝึกสมาธิ

3. สังคม การสร้างปฏิสัมพันธ์ผ่าน Team Building และกิจกรรมร่วมกัน

4. ความรู้ทางการเงิน อาทิ การวางแผนภาษี การออม และการลงทุน เพราะความเครียดเรื่องเงินส่งผลโดยตรงต่อสมาธิและประสิทธิภาพการทำงาน

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายโดยเน้นที่ ความสามารถ และผลงาน เป็นที่ตั้ง มากกว่าเรื่องอายุ เพศ หรือเชื้อชาติ เช่น การเปิดรับบุคลากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้ามาทำงานในตำแหน่งเภสัชกรและพนักงาน Part-time พร้อมกับ การผสานเทคโนโลยีและคนเข้าด้วยกัน แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีเอไอจะเข้ามามีบทบาทในธุรกิจมากขึ้น แต่วัตสันยังยึดถือว่า “ธุรกิจค้าปลีกต้องขับเคลื่อนด้วยคน”

สำหรับเอไอนั้นมองว่า เปรียบเสมือน “ผ้าคลุมสีแดงของซูเปอร์แมน” เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเสริมให้พนักงานทำงานได้เร็วขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เตรียมความพร้อมโดยเสริมทักษะเอไอให้กับพนักงานออฟฟิศครบ 100% เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างคนและเทคโนโลยี

ล่าสุด วัตสันได้รับรางวัล Asian Management Excellence Awards 2026 ในหมวด Health and Wellness Initiative of the Year ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน และ Diversity and Inclusion Initiative of the Year ซึ่งเป็นเวทีระดับเอเชียที่มีเกณฑ์การพิจารณาจากนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบได้จริง ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมของพนักงานเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย

นายจิระวัฒน์ กล่าวว่า ผลลัพธ์ของกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ ส่งผลให้วัตสันสร้างความแตกต่างในตลาดค้าปลีกได้อย่างมากและส่งผลโดยตรงต่ออัตราการลาออกที่ลดลง โดยที่พนักงานออฟฟิศ ลดอัตราการลาออกลงจากเกือบ 20% ในช่วง 10 ปีก่อน เหลือเพียง เลขหลักเดียว ในปัจจุบัน ส่วนพนักงานสาขาลดลงจากเดิมที่มากกว่า 50% เหลือต่ำกว่า 40% ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

จากโครงสร้างปัจจุบันวัตสันมีพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยเป็น Gen Z (51%) และ Gen Y (44%) ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับการลดช่องว่างระหว่างวัย เพื่อสร้าง Safe Space ในการทำงานร่วมกัน โดยส่วนใหญ่เป็นการคัดเลือกบุคลากรจากการมี “จริต” ที่เข้ากับธุรกิจค้าปลีกและพร้อมเติบโตไปพร้อมกับองค์กร มากกว่าแค่คุณสมบัติตามใบปริญญาและระดับการเติบโตที่ชัดเจน ตั้งแต่พนักงานระดับเริ่มต้น จนสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับผู้จัดการสาขาได้ภายใน 3 ปี หากมีศักยภาพและทักษะที่ผ่านเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแรงจูงใจหลักที่ดึงดูดให้คนอยากเข้ามาร่วมงานกับวัตสันคือ แบรนด์ที่โดดเด่น, วัฒนธรรมที่เอื้อต่อการแสดงศักยภาพ, และ ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน