เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวคิดการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ฮับเศรษฐกิจระดับโลก” โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงและการท่องเที่ยวครบวงจร โดยระบุว่า โครงการ ‘ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย’ และศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex plus) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง หากมีรัฐบาลที่กล้าตัดสินใจและลงมือทำผนึกกำลัง กกท. เตรียมที่ดินชลบุรีพร้อมลุย

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้มีความพร้อมในด้านทรัพยากรอย่างมาก โดยเฉพาะที่ดินขนาดใหญ่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่ง EEC มีพื้นที่เตรียมรองรับเมกะโปรเจกต์นี้ไว้แล้ว ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานใน EEC ที่มีความพร้อมสูงสุด ทั้งรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอู่ตะเภา เหลือเพียงขั้นตอนการดึงเอกชนมาร่วมลงทุน (PPP) และการผลักดันเชิงนโยบายอย่างจริงจัง ก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่สวนสนุกเท่านั้น แต่ถูกวางแผนให้เป็น “Entertainment & Lifestyle Complex” มาตรฐานสากล ซึ่งภายในจะประกอบด้วย

Concert & Event Hall : พื้นที่จัดแสดงดนตรีและอีเวนต์ระดับโลก

National Stadium : สนามกีฬาแห่งใหม่ ความจุ 80,000 ที่นั่ง เพื่อดึงดูดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ

Theme Park สวนสนุกระดับโลกที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

“โครงการนี้จะไม่มีกาสิโน และไม่มีการมอมเมาประชาชน โดยจุดประสงค์หลักคือการสร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรี และกีฬา สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขาวสะอาดและยั่งยืน” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ทางด้านประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ได้ประเมินว่าหากโครงการนี้สำเร็จ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลเทียบเท่ากับโมเดลความสำเร็จของ Tokyo Disneyland, Shanghai Disneyland หรือ Hongkong Disneyland เกิดการสร้างงาน โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งวิศวกร นักแสดง การจัดการอีเวนต์ และภาคบริการ มีเวทีคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีระดับโลก ที่สำคัญมีการกระจายรายได้ เม็ดเงินสู่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว

นายพิพัฒน์  ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีต ช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ได้ผลักดันโครงการ “Phuket Sandbox” จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและกู้เศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยกลับมาได้ ตนมั่นใจว่า สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ทำได้ คนไทยก็ทำได้ ขอเพียงโอกาสในการผลักดัน เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกได้อย่างแน่นอน.