นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ภาคเอกชน นำโดย กกร. และ เพื่อนไม่ทน ชูนโยบายซีโร่ คอร์รัปชั่น อย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสื่อมวลชนและพรรคการเมือง ออกมาจัดเวทีแสดงความเห็น และนโยบายต่อต้านคอรัปชั่นออกมาเยอะขึ้น สะท้อนถึงความตื่นตัวขานรับข้อเสนอของเอกชนและความคาดหวังของสังคมไทยต่อการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

ทั้งนี้เห็นว่า การประกาศนโยบายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการในวันนี้คือการแปลงนโยบายไปสู่การลงมือทำจริงอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนแนวคิดของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งชี้ตรงกันว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างรอบด้าน และไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการวิเคราะห์ซ้ำ ๆ แต่ต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามประเด็นที่ผู้ว่า ธปท. สะท้อน สอดคล้องกับปัญหาที่ภาคเอกชนเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสถียรภาพทางการเมือง การคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ ระบบกฎหมายและการบังคับใช้ที่ล้าหลัง รวมถึงภัยการเงินรูปแบบใหม่ เช่น ทุนเทา สแกมเมอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งล้วนบั่นทอนความเชื่อมั่นและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“ประเทศไทยพูดถึงการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มผลิตภาพ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันมานานหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่ยังขาดคือคนทำและการทำอย่างต่อเนื่อง วันนี้ภาคเอกชนเห็นชัดเจนว่า หากไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจไทยจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”