เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ลานกินซ่า รังสิต พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน นำผู้สมัคร สส.ปทุมธานี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปีกแรงงาน ปล่อยรถคาราวานหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย สายลูกน้ำเค็ม ซึ่งเริ่มต้นจากจังหวัดปทุมธานีไปยังภาคตะวันออก

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน นำขนม น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และส้ม มาให้นายณัฐพงษ์ตั้งแต่เช้า โดยรถแห่ของสายนี้ มีไฮไลต์เป็นรูปนายณัฐพงษ์ และแกนนำพรรค ในธีม The Matrix มีนายณัฐพงษ์แบมือให้เลือกระหว่างมือขวาที่มีเม็ดยาสีส้ม และมือซ้ายเป็นเม็ดยาสีน้ำเงิน ซึ่งมีแป้งกับหนูอยู่ด้วย

โดยนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เราอยากสื่อสารกับประชาชนว่า เป็นการเลือกระหว่างการเมืองในอดีต กับการเมืองที่จะพาประเทศไทยไปสู่อนาคต วันนี้เราขอปล่อยคาราวานทั้ง 8 สายทั่วทั้งประเทศ อยากจะเชิญชวนประชาชน ถ้าอยากจะเห็นอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน ขอคะแนนเสียงให้กับพรรคประชาชน ในการกา 2 ใบ เพื่อจะตั้งรัฐบาลประชาชน

สิ่งที่สำคัญ ถ้าเราลองดูการเลือกตั้งที่ผ่านมา ใช้จำนวนเสียงแค่ 3-4 หมื่นคะแนน ก็ชนะการเลือกตั้งใน 1 เขตได้ แต่สำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ อาจจะต้องใช้ 3-4 แสนคะแนน แสดงว่าน้ำหนักไม่เท่ากัน กาแบบแบ่งเขตมีน้ำหนักมากกว่าบัญชีรายชื่อ 3-4 เท่า เพราะฉะนั้น ในการเลือกตั้งปี 2566 ใครที่เห็นด้วยกับแนวทางหรือนโยบายของพรรคก้าวไกลในอดีต แต่ครั้งที่แล้วอาจจะแบ่งแค่ครึ่งใจ กาแค่บัตรบัญชีแค่ 1 ใบ ยังไม่พอในการตั้งรัฐบาลประชาชน ครั้งนี้เราพร้อมปล่อยคาราวานทั้ง 8 สาย เพื่อที่จะบอกอนาคตให้กับประชาชนทุกคนและเชิญชวนทุกคน ถ้าเห็นด้วยกับเรา ต้องการทั้ง 2 ใบอย่างเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเปลี่ยนไม่ได้

ส่วนที่นิด้าโพลนำเป็นอันดับหนึ่งในยกสอง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนมองไปในมุมบวก อย่างไรก็ตาม ทุกวินาทีก่อนจะถึงวันเข้าคูหา เราไม่เคยประมาท ถึงแม้ผลโพลตอนนี้จะดีขึ้นตามลำดับ แต่ก็มีแคมเปญคาราวานแบบนี้ ที่จะเดินทางไปครบทั้ง 77 จังหวัด ตนเชื่อว่าทุกคะแนนเสียงทุกเขตล้วนมีความหมาย ตอนนี้โจทย์ของเราคือต้องการ สส. ในสภามากที่สุด ทุกเก้าอี้ในสภาจะหมายถึงความมั่นคงมากยิ่งขึ้นในการตั้งรัฐบาลประชาชน

เมื่อถามว่าถ้าชนะไม่ขาด เป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับไปสู่จุดเดิมคือน้ำเงินกับแดงจับมือกัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนวิเคราะห์ได้ตามแผนภาพที่มีอยู่ ว่าทำไมถึงเป็น 2 ตัวเลือกที่ผ่านมา เพราะการเมืองไทยในอดีต จะ 10-20 ปีที่ผ่านมา คนก็มองเห็นอยู่ในวังวนแบบเดิม การเลือกตั้งครั้งนี้เราเลยนำเสนอว่าทางออกของประชาชนคือการตั้งรัฐบาลประชาชนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น วิธีในการแก้ ไม่ให้กลับไปสู่วังวนแบบเดิมที่ทุกคนรวมขั้วจับมือกัน แล้วสุดท้ายประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร คือการที่ประชาชนทั้งประเทศต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด กาส้ม 2 ใบ

เมื่อถามว่าหากสมมุติชนะไม่ขาด จะดึงพรรคเพื่อไทยมาจับ เพื่อแข่งกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างมีโอกาสเป็นไปได้เสมอ การเมืองในสภาเราก็เคยเห็นในอดีตว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับหนึ่ง ไม่เคยได้เป็นพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ไม่มีเสียง สว. โหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว อยากให้ประชาชนทุกคนเชื่อในเสียงของประชาชน

เมื่อถามว่าไม่ว่าอย่างไรประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง ก่อนจะถึงวันนั้น ถ้าทุกคนไม่อยากเห็นการเมืองแบบเดิม วิธีปิดประตูไม่ให้เกิดแบบนั้นคือกาทั้ง 2 ใบให้ถล่มทลาย

ส่วนโอกาสในการจับกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนในเรื่องการจับมือหรือร่วมรัฐบาล ตนได้บอกไปแล้ว คงไม่มีอะไรขยายความมากไปกว่าเดิมที่เคยได้บอกไว้ คือไม่สามารถร่วมกับพรรคกล้าธรรมได้ และไม่สามารถไปโหวตสนับสนุนให้กับแคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยได้