จากกรณี “นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยฝั่งธนบุรี โดยอธิบายเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขไทยและประกันสังคม เผยว่า “คนรวยซื้อประกัน คนชั้นกลางใช้เส้น ส่วนคนฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 4 หาหมอตอนเที่ยง วัดความดันตอนบ่าย พอหมอมาตอนเย็นบอก รีบกลับบ้านภรรยาทำกับข้าวไว้” ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ และยืนยันว่าการสื่อสารของตนไม่ได้มีเจตนาตำหนิบุคลากรทางการแพทย์รายบุคคล แต่ต้องการชี้ให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบทั้งต่อประชาชนผู้รับบริการ และบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในระบบ

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “จากกรณีการปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่เวทีฝั่งธน ผมขอใช้พื้นที่นี้ขอโทษอย่างจริงใจต่อพี่น้องประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน หากการสื่อสารของผมทำให้เกิดความไม่สบายใจ หรือถูกตีความคลาดเคลื่อนจากเจตนาที่แท้จริงของผม สิ่งที่ผมตั้งใจจะสื่อสาร คือความเข้าใจต่อสถานการณ์ของทั้งสองฝั่ง ในฝั่งของประชาชน ผมได้พบและรับฟังเสียงสะท้อนจากหลายพื้นที่ ว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ ต้องรอคิวนาน หรือไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน ผมเข้าใจดีว่าในอีกฝั่งหนึ่ง แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากกำลังทำงานภายใต้ภาระที่หนักหน่วง ทำงานยาวตลอดทั้งวันแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ต้องแบกรับความเหนื่อยล้า ความกดดัน และความคาดหวังจากสังคม ในระบบที่ไม่ได้เอื้อให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ”

อีกทั้ง “ผมยอมรับว่าการปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นยังขาดความรอบคอบ และตกหล่นการอธิบายประเด็นสำคัญให้ชัดเจน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคลากรทางการแพทย์ แต่คือปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุข ที่ยังไม่สามารถดูแลทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการได้อย่างเป็นธรรม ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า บุคลากรทางการแพทย์คือหัวใจของระบบสาธารณสุข เป็นผู้ที่เสียสละ ทุ่มเท และทำงานอย่างเต็มกำลังมาโดยตลอด การเรียกร้องของผมจึงไม่ได้มุ่งตำหนิใครเป็นรายบุคคล แต่ต้องการผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น และในขณะเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ก็ได้รับการดูแล การคุ้มครอง และสภาพการทำงานที่เป็นธรรม”

“ผมเชื่อว่าระบบสาธารณสุขที่ดี ต้องเป็นระบบที่ยืนอยู่บนความเข้าใจซึ่งกันและกัน และออกแบบมาเพื่อให้ทั้งคนไข้และบุคลากรสามารถยืนอยู่ได้อย่างยั่งยืน การเพิ่มการลงทุนในระบบสุขภาพ และการจัดการกำลังคนอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่คือการคืนศักดิ์ศรีให้กับทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการในระบบเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม “สุดท้ายนี้ผมขอน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเคารพ และมองว่าทุกเสียงสะท้อนที่ได้รับ ไม่ได้เป็นเพียงคำตักเตือนเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และการร่วมกันออกแบบการปฏิรูประบบสุขภาพ ผมยินดีรับฟัง และอยากชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเคยสื่อสารออกไป มาร่วมกันพูดคุย ต่อยอด และแก้ไขไปด้วยกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากเป็นเสียงของใครคนหนึ่ง แต่ต้องค่อย ๆ สร้างขึ้นจากความหลากหลายของสังคม และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย หากมีถ้อยคำใดที่ผมสื่อสารได้ไม่ครบถ้วนหรือไม่รอบคอบ ผมต้องขออภัยจากใจจริงอีกครั้งครับ และขอยืนยันว่าประตูของการสนทนา การรับฟัง และการทำงานร่วมกัน ยังเปิดอยู่เสมอครับ”

ขอบคุณข้อมูล : Nattacha Boonchaiinsawat – ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์