เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ลานกลางเมือง จ.พิษณุโลก พรรคประชาชนเปิดปราศรัยบนรถคาราวาน โดยมีแกนนำและผู้ช่วยหาเสียงร่วมปราศรัยคึกคัก นำโดยนายเดชรัต สุขกำเนิด ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านคุณภาพชีวิต พร้อมด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายชัยธวัช ตุลาธน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และ นายนิติพล ผิวเหมาะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ โดยมีประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างล้นหลาม

นายชัยธวัช กล่าวว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงกำลังแรงขึ้น การเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนมาพรรคก้าวไกล เราถูกปรามาสมาตลอด แต่พวกตนก็สามารถลบคำปรามาสเหล่านั้นได้ การเลือกตั้งรอบนี้ก็ถูกปรามาสว่าชนะเลือกตั้งไปก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะผู้มีอำนาจล็อกไว้แล้วว่าจะให้นายกรัฐมนตรีชื่ออนุทิน แต่ตนมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีใครที่สามารถฝ่าเจตจำนงของประชาชนได้อีก เพราะไม่มี สว. เข้ามาร่วมเลือกนายกฯ พรรคการเมืองไหนเป็นพรรคอันดับหนึ่ง จะตั้งรัฐบาลได้ แต่หากประชาชนยังไม่เชื่อ ก็ขอให้กาพรรคประชาชนทั้งสองใบให้ชนะขาดลอย
นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นว่ากระแสของการเปลี่ยนแปลงกำลังแรงขึ้น คือการที่รัฐมนตรีจากพรรคหนึ่งออกมาพูดว่า “ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่” นั่นก็คือไม่เลือกภูมิใจไทย พรรคประชาชนจะเป็นรัฐบาลแน่ และหากไม่เลือกพรรคประชาชน นายกรัฐมนตรีก็จะชื่ออนุทิน ตนเชื่อว่าประชาชนจะไม่กลัวคำขู่ดังกล่าว แต่สิ่งที่ประชาชนกลัวมากกว่าคือการต้องอยู่กับสภาพเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลง สภาพเดิมคือเศรษฐกิจที่มีปัญหากระทบทุกภาคส่วน ชนบทไม่พัฒนา ไม่มีงานทำ ภาคอุตสาหกรรมไม่มั่นคง เกษตรกรยังต้องพึ่งนโยบายชั่วคราว คนจำนวนมากต้องดิ้นรนไปทำงานต่างประเทศ เผชิญการทุจริต คุณภาพชีวิต บริการสาธารณะ ความปลอดภัย และการศึกษาล้วนถดถอย ประชาชนไม่อาจยอมให้ประเทศจมปลักกับอดีตเช่นนี้ต่อไปได้
นายชัยธวัช กล่าวว่า วันนี้ประชาชนจึงต้องตัดสินใจว่าจะเลือกอนาคตแบบใด ระหว่างรัฐบาลสีเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลง กับรัฐบาลสีส้มที่มุ่งเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการฮั้ว สว. และปฏิรูปองค์กรอิสระให้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตามระบอบประชาธิปไตยที่ควรจะเป็น.
ด้านนายปดิพัทธ์ กล่าวว่า หากถามว่าวันนี้ชาวพิษณุโลกคิดถึงอะไรบ้าง ตนเชื่อว่าท่านคิดถึง สส.พิษณุโลก ที่กล้าพูดในสภา และทำตามสิ่งที่พูด แต่ก่อนหน้านี้ เปิดดูถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตนก็รอว่าผู้แทนพิษณุโลกจะกล้าพูดอะไรเพื่อคนพิษณุโลกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศสะอาดหรือกฎหมายแรงงานที่ให้สิทธิลาคลอด 120 วัน แต่สิ่งเหล่านี้ สส. ที่เป็นตัวแทนคนพิษณุโลกกลับไม่พูด

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ชาวพิษณุโลกต้องการการแก้ไขปัญหาที่โครงสร้างอย่างเป็นระบบ ท่านต้องเลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อให้มีเสียงเพียงพอในสภาฯ ไปจัดการปัญหาต่างๆ โดยตนขอฝากการบ้านให้พี่น้องประชาชนทำด้วยกัน อย่างแรกคือมองหาคนรอบตัวที่กำลังหมดหวังกับการเลือกตั้ง เชิญชวนให้เขาไปเลือกตั้งและเลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ อย่างที่สองคือต้องหาคนที่ลังเลว่าจะไว้วางใจพรรคประชาชนดีหรือไม่ เพราะได้รับข่าวปลอมต่างๆ ขอให้ทุกท่านช่วยกันบอกความจริงและนโยบายต่างๆ ของเรา และกลุ่มสุดท้ายคือคนที่อกหักจากพรรคอื่น ให้มาเลือกพรรคประชาชน วันที่เหลือหลังจากนี้ เรามาช่วยกันสร้างปาฏิหาริย์ สร้างรัฐบาลประชาชน

ขณะที่นายพิธา กล่าวว่า ตนมาชักชวนให้ทุกท่าน 8 กุมภากาเพื่อเปลี่ยน กาส้มทั้ง 2 ใบ ส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2566 พรรคก้าวไกลได้คะแนนบัญชีรายชื่อเป็นอันดับหนึ่งจากชาวพิษณุโลกกว่า 180,000 คะแนน และให้ สส.เขต เรามา 2 คน แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อดูคะแนนของ สส.เขต รวมกันได้ 120,000 คะแนน หายไป 60,000 คะแนน เพราะฉะนั้นครั้งนี้ขอให้พี่น้องอย่าปันใจ กาส้มสองใบเท่านั้น ให้คะแนนบัญชีรายชื่อกับคะแนนเขตเท่ากัน และขอสองใบทั้งห้าคนห้าเขต ส้มยกพิษณุโลก นอกจากนี้ขอสื่อสารไปยังคนที่อาจจะไม่ไปเลือกตั้ง ทราบหรือไม่ว่าในการเลือกตั้งปี 2566 คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลกับคนที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ในพิษณุโลกมีจำนวนเท่ากันคือ 180,000 คน ดังนั้นถ้าท่านรู้สึกว่าต้นทุนในการไปเลือกตั้งสูงเหลือเกิน ประโยชน์ก็ไม่มี แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม ผลการเลือกตั้งและการตั้งรัฐบาลจะตรงปกกันเมื่อท่านออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียง

นายพิธา กล่าวอีกว่า ตนทราบมาว่ามีบางคนอยากได้ 25,000 คะแนน ใช้เงินกันเป็นร้อยล้าน ตีกันว่าให้ค่าหัวพี่น้องประชาชนคนละ 2,000 บาท ขอให้พี่น้องลองคิดดูว่าถ้าเขาได้เป็นรัฐบาล ได้เป็น สส. 4 ปี เฉลี่ยค่าหัวพี่น้องปีละ 500 บาท คิดเป็นต่อวันแค่ 1.3 บาท แต่อนาคตของลูกหลานชาวพิษณุโลกมีค่ามากกว่านั้นแน่นอน ดังนั้นท่านต้องไม่ลังเล 8 ก.พ. กาเพื่อเปลี่ยน เข้าคูหากาพรรคประชาชนทั้งสองใบ



