เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของประชาชนใน จ.ชลบุรี ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ว่า การเลือกตั้งทุกจังหวัด ทุกคนทุกเขต ต้องมีการประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง ซึ่งจากการพูดคุยกับแกนนำและมวลชนที่เรามี รวมถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่างๆ ตนเชื่อมั่นว่าประชาชนใน จ.ชลบุรี มีข้อเปรียบเทียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2554 ปี 2562 และปี 2566 ถ้าพรรคอื่นมาเป็น ประชาชนจะเห็นว่าการจับต้องหรือการพบเจอบรรยากาศมันต่างกัน เพราะประชาชนใน จ.ชลบุรี ยังมีบริบทการเป็นพี่เป็นน้องเป็นครอบครัว ดังนั้นหน้าที่ของ สส. ต้องมีทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งการตัดสินใจของประชาชนในสัปดาห์สุดท้าย ส่วนตัวคิดว่าประชาชนได้ตัดสินใจหมดแล้วว่าจะเลือกใคร และตนอยากให้สื่อมวลชนได้ดูหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ ว่าจะเป็นอย่างที่ตนพูดหรือไม่ และตนเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องการ สส. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

เมื่อถามว่าการที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง ลงไปช่วยผู้สมัครใน จ.ชลบุรี ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนชาวชลบุรี ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า “ทั้งคุณเท้งและนายพิธา ไม่เคยไปช่วยเหลืออะไรประชาชนชาวชลบุรี และเขาไม่มีบ้านอยู่ชลบุรี ไม่เคยไปเยี่ยมเยียนคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตอนประชาชนคนไทยทั้งประเทศตกทุกข์ได้ยาก คุณพิธาอยู่ประเทศอะไร เคยเห็นประชาชนสูญเสียทรัพย์สินจากอุทกภัยใหญ่หรือเกิดโควิดหนักๆ ประชาชนเห็นนายพิธาหรือไม่ เขาอยู่ในอากาศเย็นสบาย เรายังต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยชาวบ้าน สำหรับผมยืนยันได้ว่าไม่เคยทิ้งใครสักครอบครัวหนึ่ง ไม่ว่าเกิดปัญหาอะไร อยู่กับประชาชนตลอด นี่คือความรับผิดชอบของคนเป็นผู้แทนราษฎร”

เมื่อถามอีกว่าพรรคภูมิใจไทยจะเหมาทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้งใน จ.ชลบุรี ไม่แบ่งให้พรรคประชาชนเลยใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่แบ่งให้เลยสักที่หนึ่ง พรรคภูมิใจไทยทำงานกันเป็นทีม ซึ่งภาพรวมใหญ่ของชลบุรีเวลารวมตัวกันแล้ว ชาวชลบุรีจะมีความสุขที่เห็นเราสามัคคีกัน จะได้ทำงานให้ชาวชลบุรีเดินหน้าต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าในช่วงโค้งสุดท้าย พรรคภูมิใจไทยจะต้องรณรงค์หาเสียงให้ชาวชลบุรีเลือกแบบยุทธศาสตร์ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จ.ชลบุรี และจังหวัดในภาคตะวันออกจบหมดแล้ว เอาสรรพกำลังไปตรงอื่นได้เลย ตรงนี้ตนเชื่อว่าทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค ซึ่งเป็นทีมเศรษฐกิจ ก็ไปในจุดที่เขามีความต้องการก่อนเลย ตนเชื่อว่าประชาชนใน จ.ชลบุรี และภาคตะวันออกเข้าใจดี เพราะมีการสื่อสารกันชัดเจนอยู่แล้วในพื้นที่ชลบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อค้าแม่ค้า เข้าไปซักถามเขาต้องการอย่างเดียว คือขอคนละครึ่งพลัส เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เขาจับต้องได้ ไม่ใช่ไปพูดต่อว่าคนนั้นคนนี้แต่ไม่มีวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งใครๆ ก็พูดได้.