เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า ผลออกมารวมถึงโซเชียลมีเดียต่างๆ พบว่าความนิยมของพรรคประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ตนเองและสมาชิกพรรคมีความเชื่อมั่น แต่สิ่งที่สำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ไม่อยากให้มองว่าเป็นการเลือกนักการเมืองไปบริหารประเทศ แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศไทย อยากให้ทุกคนตัดสินการกาบัตรเลือกตั้งเพื่อที่จะเปลี่ยนประเทศไทย ให้หลุดจากวงจรการเมืองแบบเดิม ถ้าอยากได้ประเทศไทยที่ดีกว่า ไม่มีสีเทา คนไทยเท่าเทียมกัน เชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ส่วนจะมีหมัดเด็ดในการปราศรัยช่วงครึ่งหลังหรือไม่ เช่น นโยบายหรือสิ่งที่ต้องประกาศให้รู้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนมีเวทีปราศรัยย่อยหลายจังหวัด และคาราวานออกไปทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเป็นหมัดเด็ดที่มีทุกวันก่อนการเลือกตั้ง และมีสิ่งที่อยากสื่อสารต่อประชาชนให้มีคะแนนเสียงเพื่อหาทางออกให้ประเทศ ส่วนในจังหวัดสุพรรณบุรีเย็นนี้ ที่จะไปเจอกับพรรคภูมิใจไทยนั้น อยากให้รอติดตาม ตนเองไม่ได้หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น เชื่อว่าชาวสุพรรณบุรีก็ลงคะแนนเปลี่ยนมาแล้วตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จากคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรค และการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าประชาชนเห็นว่าต้องกาสองใบประเทศไทยจึงจะเปลี่ยน ซึ่งต้องรอติดตามชมในเวทีปราศรัยเย็นนี้
ขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้าที่พรรคประชาชนพบปัญหาในหลายหน่วยเลือกตั้ง ขณะนี้ทีมงานกฎหมายของพรรคอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ถ้าหากพบเห็นเหตุผิดปกติ ที่เห็นได้ชัดว่า เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ กกต. หรือว่าเป็นความจงใจ ก็พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการ อยากเรียกร้อง กกต. ให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยความโปร่งใสและความเป็นธรรมมากที่สุด เพราะประชาชนเฝ้ามองจับตาดูอยู่ ถ้าหาก กกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างโปร่งใส และเป็นธรรม ก็จะมีปัญหาข้อครหาออกมาอีก
ส่วนมีโอกาสดำเนินการฟ้อง กกต. ด้วยมาตรา 157 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดก่อน แต่ขอยืนยันว่า ถ้าหากพบความผิดปกติที่เกิดจากความจงใจ ในการทุจริตต่อหน้าที่หรือความบกพร่อง ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ก็พร้อมจะดำเนินการตามที่กฎหมายให้อำนาจ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า เป็นความผิดพลาดในลักษณะ Human error ฟังขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หาก กกต. ทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้ อย่างกรณีโพสต์ของ iLaw ซึ่งตนเองเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกว่ามีประชาชนแชร์โพสต์ดังกล่าวถึง 1 ล้านครั้ง กลายเป็นว่า ประชาชนต้องพยายามอย่างเต็มที่ ในการรักษาสิทธิของตนเอง ทั้งที่ กกต. สามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้ เพื่อป้องกัน Human error เช่น การสื่อสารแบบที่ iLaw ดำเนินการ อย่างรหัสจังหวัดที่น่าจะประชาสัมพันธ์ผ่านออนไลน์ก่อนหน้านี้ แต่กลับต้องทำให้ประชาชนต้องไปค้นพบเองที่หน้าหน่วย และกว่าข้อมูลจะเผยแพร่ออกมา บางคนอาจจะเสียสิทธิไปแล้วก็ได้ ทั้งที่ถ้าหาก กกต. คิดล่วงหน้าทำงานได้ดีกว่านี้ ก็จะช่วยปกป้องสิทธิให้ประชาชนได้ดีกว่านี้
ส่วนเสียงที่มีการลงคะแนนไปอาจจะเป็นเสียงที่ตกน้ำนั้น เป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะบัตรแบบแบ่งเขต หากส่งไปผิดเขต ผิดหน่วย อาจจะทำให้เกิดบัตรเขย่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่รอฟังคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต. เช่นกัน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เรื่องของบัตรเขย่งที่ส่งไปผิดเขตผิดหน่วยจะแก้ปัญหาอย่างไร
ส่วนกรณีที่นางสาวชลณัฎฐ์ โกยกุล ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยว่าถูกเจ้าหน้าที่ กกต. โทรฯ มาข่มขู่ หลังเปิดเผยเรื่องคิวอาร์โค้ดแนะนำรายชื่อผู้สมัครผิดพลาด นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งตอนนี้มีการออกมายอมรับแล้วว่าเกิดข้อผิดพลาดจริง เพราะฉะนั้นวิธีการตอบสนองอย่างแรกจากเจ้าหน้าที่ กกต. ไม่ควรไปฟ้องข่มขู่ เนื่องจาก กกต. เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะถูกร้องเรียนมาจากผู้สมัครพรรคใด หรือจากประชาชนกลุ่มใด อยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบคนของตัวเอง และหน่วยของตัวเองก่อน ซึ่งถ้าหากให้ข้อมูลผิดพลาดไม่ถูกต้องแล้วจะไปฟ้องปิดปากแบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง
หากดูตามข้อเท็จจริง ก็พบว่าของพรรคอื่นบางส่วนก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยส่วนมาก จะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน จึงอยากให้ กกต. ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเป็นธรรม ไม่อยากให้เกิดเหตุผิดปกติกับพรรคใดพรรคหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเกมสกัดพรรคส้มในช่วงโค้งสุดท้ายหลังกระแสดี เป็นสิ่งที่ประชาชนตรวจสอบและพยายามที่จะรักษาสิทธิของตัวเองให้มากที่สุด ขอให้จัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และเป็นธรรม ให้กับทุกพรรคการเมือง.



