เมื่อวันที่ 2 ก.พ. เวลา 18.00 น. ที่ลานหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ “สงขลา ฟ้าคืนใต้ : หาดใหญ่ สนั่นฟ้า” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคฯ รวมถึงคณะผู้สมัครสส. ทั้ง 9 เขตในจ.สงขลา สลับกันขึ้นปราศรัยบนเวที ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังการปราศรัยอย่างเนืองแน่น เก้าอี้ที่พรรคจัดเตรียมไว้ 10,000 ตัว เต็มทั้งหมด จนประชาชนต้องยืนรับฟังการปราศรัย และมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งรับฟังจากอาคารจอดรถของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน หาดใหญ่ อีกทั้งมีประชาชนที่ชมการปราศรัยในช่องทางการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์ กว่า 44,000 คน และยังมีสื่อมวลชน เชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดต่อ ซึ่งมีผู้เข้าชมกว่า 87,000 คน

ทั้งนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ถึงปัญหาการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในอ.หาดใหญ่ ว่า รัฐบาลบอกว่าต้องเยียวยาคนที่บ้านน้ำท่วมก็ได้ 9,000 บาท คนที่ตลาดกิมหยงฝากตนมาถามว่าใครเป็นคนคิดเรื่อง 9,000 บาท เสียชีวิตได้ 2 ล้านบาท เพราะคนที่ถูกน้ำท่วมนั้น หมดเนื้อหมดตัวเหมือนตายทั้งเป็น นักธุรกิจต้องการเงินกู้ ขณะที่ รัฐบาลออกมาตรการจะช่วยเหลือเยียวยาเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2568 แต่มาตรการยังไม่ทันเริ่มขึ้น รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยใจดำที่สุด เพราะยุบสภาหนี ทอดทิ้ง ปล่อยลอยแพคนหาดใหญ่ นี่คือความช้ำใจ เมื่อพรรคภูมิใจไทยยุบสภา ทำให้มาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องค้างอยู่จนถึงขณะนี้คนที่ลงทะเบียนรับเงินค่าซ่อมแซมบ้าน หลังละ 49,000 บาท วันนี้ยังไม่ได้รับสักหลัง

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ตนได้ยินว่าพรรคของพวกที่เคยเป็นรัฐบาลจัดการน้ำท่วมจะมาปราศรัยในวันที่ 3 หรือ 4 ก.พ. จึงขอให้ประชาชนไปถามเขาว่าเพราะอะไรจึงยุบสภาฯ ทิ้งให้ประชาชนถูกลอยแพ หรือเขาอาจคิดว่าการเมืองภาคใต้เปลี่ยนไปแล้ว เงินของเขาซื้อได้ และตนขอให้ทุกคนแปรความช้ำใจไปเป็นพลังร่วมกันทุกจังหวัดทำให้ฟ้าภาคใต้เป็นสีฟ้า ทำให้ทะเลภาคใต้เป็นสีฟ้า ต่อไปนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนจะมาดูถูกเราได้อีกต่อไป ใครมาเป็นรัฐบาล ต้องคิดถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนบ้านเราให้มาก เราต้องเลือกพรรคการเมืองที่คิดถึงชาวบ้านมาเป็นอันดับแรก ต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนกาพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ และคนใต้จะต้องได้เป็นรัฐบาล
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ว่า ตนแปลกใจว่าบางพรรคการเมืองเดินทางมาภาคใต้ และโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่าคนใต้เลือกสส.พรรคประชาธิปัตย์มาหลายสิบปี ทำไมไม่พัฒนาเรื่องต่างๆ ทั้งที่ สส.ในสภาฯทำได้เพียงยกมือโหวตงบประมาณให้ผ่านสภาฯ แต่ผู้ที่ทำโครงการต่างๆ คือรัฐบาล และโครงการที่พูดถึงส่วนใหญ่ คือกระทรวงคมนาคม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์คุมกระทรวงคมนาคม 2 ปี แต่พยายามผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงและถนนมาตลอด แต่พรรคที่คุมกระทรวงคมนาคมมานานที่สุด คือ พรรคการเมืองที่ด่าพรรคประชาธิปัตย์ มีเลือกตั้งที ก็มาขู่ที เขารู้จักคนใต้น้อยไป เพราะปัญหาที่แก้เขาไม่ได้ คือเหตุการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนใส่เสื้อที่เขียนว่า “ไปหาดใหญ่คราวนั้น ฉันยังจดจำ” ซึ่งคำว่า “คราวนั้น” คือวันที่น้ำท่วม อ.หาดใหญ่ ซึ่งตนลงไปดูการช่วยเหลือประชาชน และจดจำได้ เพราะเห็นความทุกข์ของชาวหาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และยังรู้สึกตกใจต่อการบริหารจัดการ เพราะได้เห็นประชาชนนอนที่สนามบิน เพราะเข้าเมืองไม่ได้ แต่รถคันใหญ่กลับจอดอยู่ในหน่วยงาน แม้ทางการแจ้งให้อพยพ ประชาชนก็อพยพไม่ได้ เพราะไม่รู้จุดอพยพ และน้ำท่วมถึงชั้น 2 แล้ว เมื่อตนเห็นทหารเข้ามาช่วย ทหารก็บอกว่าไม่มีใครสั่งการแผนการใดๆ รู้จากประชาชนบอกต่อๆกันมา และหลังจากตนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าความต้องการที่สำคัญที่สุด คือการจัดการที่เป็นเอกภาพ คืนนั้นรัฐบาลจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งทำให้สับสนยิ่งขึ้น เพราะมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ และตั้งศูนย์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล แต่มีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์น้ำ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีเหมือนจะขึงขังต่อการเยียวยา แต่กลับยุบสภา จนทำให้ไม่สามารถอนุมัติงบกลางกรณีฉุกเฉินได้ ต้องขออนุญาตจาก กกต.ก่อน เพราะอยู่ในช่วงหาเสียง วันนี้ภาคธุรกิจได้บอกกับตนว่าทุกอย่างเหมือนหยุดชะงัก และประชาชนต้องช่วยตัวเอง ส่วนเหตุผลที่นายกรัฐมนตรียุบสภา โดยอ้างว่าเพราะไม่อยากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและไม่อยากตายคาสภานั้น ขอถามว่านายกฯ คิดถึงคนหาดใหญ่บ้างหรือไม่ ดังนั้น ชาวหาดใหญ่ต้องหันกลับมาเลือกการเมืองสุจริต และการเมืองที่อยู่กับชีวิตจิตใจประชาชนจริงๆ
“หากพรรคประชาธิปัตย์กลับไปเป็นรัฐบาล จะเดินหน้าเรื่องนี้เต็มที่อย่างรวดเร็ว และนอกจากต้องฟื้นสภาพเมืองแล้ว จะต้องฟื้นเศรษฐกิจด้วย และจะต้องนำบทเรียนเรื่องการบริหารจัดการ ไปปรับปรุงไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าแล้ว ในโครงการพัฒนาหาดใหญ่ เพื่อรับมือน้ำท่วมในอนาคต มีทางด่วนน้ำ ให้น้ำลงทะเลโดยเร็วที่สุด และจะต้องยกระดับ ปภ.ไม่ให้เกิดสภาพปัญหาการสั่งการ จะต้องให้ประชาชนติดต่อได้ตลอดเวลา และซ้อมการอพยพให้รู้ว่าหากอยู่ในพื้นที่ใดเกิดเหตุแล้วจะต้องอพยพไปที่ใด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมพร้อมแล้ว เพราะมีการประเมินว่า 3-4 ปีนี้ อาจเกิดเหตุซ้ำอีก”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จะต้องมีการเชื่อมภาคใต้สู่โลกด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และเชื่อมกันอ่าวไทยกับอันดามัน แต่จะไม่ทำแลนด์บริดจ์ที่ไม่คุ้มค่า จึงควรใช้พื้นที่จ.สงขลา ทำท่าเรือฝั่งอ่าวไทย ไปเชื่อมทะเลอันดามันกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นความร่วมมือกับประเทศในอาเซียน อีกทั้งดึงการลงทุนมาซื้อยางพารา ทำให้ยางพาราราคาขึ้นไปอย่างน้อย 80 บาท
นายอภิสิทธิ์ ยังได้แนะนำผู้สมัคร สส.สงขลาของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 9 เขตการเลือกตั้ง ซึ่งในช่วงหนึ่งได้แนะนำนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือสิงโต ผู้สมัคร สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 9 ซึ่งถือว่า มีประวัติและความท้าทาย โดยในช่วงจังหวะที่ตนเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันพระปกเกล้า นายศักดิ์สิทธิ์ได้ไปเรียน และทำให้ตนได้พบกับนายศักดิ์สิทธิ์ โดยนายศักดิ์สิทธิ์ ย้ำว่าอยากทำงานทางการเมืองร่วมกับตน ซึ่งตนก็บอกว่า ตนไม่รู้อนาคตหรอก แต่ถ้ามีโอกาส นายศักดิ์สิทธิ์ต้องไม่ย้ายพรรค แล้ววันที่มรสุมการเมืองเข้ามา ความคิดทางการเมืองหลากหลาย แต่นับถือน้ำใจจนวันนี้ ขณะที่มีความไม่แน่นอนว่าคนในครอบครัวจะเอาอย่างไร แต่นายศักดิ์สิทธิ์ประกาศว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ นี่คือตัวอย่างของความเด็ดเดี่ยว ด้วยการตกผลึกแล้วว่าความคิดอุดมการณ์คืออะไร เขาต้องเข้าใจแล้วว่านี่คือวิธีคิดแบบประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ วัดใจคนสงขลาว่า คนที่ถูกอนุกรรมการ ปปง.จะยื่นส่งศาลให้ยึดทรัพย์ ซึ่งเชื่อว่า เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์หรือธุรกิจผิดกฎหมาย ถ้าเขาชนะเลือกตั้ง ก็เสี่ยงสูง เพราะหากศาลเห็นด้วย บุคคลนั้นจะขาดคุณสมบัติ ประเด็น คือชาวสงขลาจะส่งสัญญาณถึงคนทั้งประเทศได้อย่างไร ที่บอกว่า กลัวทุนเทา กลัวสแกมเมอร์ แม้คนที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน คือผู้บริสุทธิ์ทางกฎหมาย แต่มาตรฐานการเมืองสากล ต้องหยุดเว้นวรรค เพื่อให้สอบสวน เพราะหากมีอำนาจ อาจจะเป็นอุปสรรค จึงเป็นเรื่องที่คนสงขลา จะบอกคนทั้งประเทศว่า จะวางมาตรฐานการเมืองอย่างไร ถ้าเราไม่ยอมรับ ไม่ว่าจะมีคดีหรือไม่ ตนเองไม่แน่ใจว่าคนทั้งประเทศจะมีความหวังมากน้อยแค่ไหนกับการเลือกตั้ง ทำไมไม่เปิดโอกาสให้คนใหม่ ที่ไม่มีคดีติดตัวเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคนปรามาสนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครสส.สงขลา เขต 2 และรองหัวหน้าพรรคฯ หรือมาด้อยค่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ หรือเป็นดาวติ๊กตอก จะเป็น สส.ได้อย่างไร ว่า คนที่ด้อยค่าน่าจะเข้าใจอะไรผิด เพราะนายจูรี ไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งที่ตัวเองเรียนกฎหมาย แต่ยังค้นพบว่าสามารถใช้เทคโนโลยีในการทำมาหากินได้ และประชาชนก็ประทับใจ เพราะนอกจากจะสนุก ได้ทำมาค้าขายแล้ว ยังสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจของประชาชน ตนจึงบอกว่า นายจูรีไม่ใช่สส. แต่เป็นร่างทรงประชาชน ผู้แทนประชาชนอยู่แล้ว อีกทั้งในวันที่น้ำท่วมใหญ่ นายจูรีไม่เคยหยุด แม้จะเสี่ยงชีวิต ซึ่งผู้แทนประชาชน ควรเป็นเช่นนี้ รวมถึงนายศักดิ์สิทธิ์ด้วย



