เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 69 ที่สถานีควบคุมไฟป่าหุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายธีรชาติ เปียประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า นายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ และหัวหน้าพื้นที่เตรียมการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าชะอำ-บ้านโรง นายพัชระ ทรัพย์เจริญ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าหุบกะพง นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หน.สถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) สถานีควบคุมไฟป่าหนองพลับ-ห้วยสัตว์ใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านห้วยหิน ผู้ใหญ่บ้านไร่เนิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ไฟป่าและเครือข่ายอาสาสมัครดับไฟป่าบ้านโค้งตาบาง เข้าพื้นที่ดับไฟป่าในพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าชะอำ-บ้านโรง เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่เขตติดต่อ อ.ชะอำ อ.ท่ายาง เพื่อเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลาม หลังได้รับแจ้งจากดาวเทียม Suomi NPP ที่ตรวจพบจุดความร้อน (hotspots) พิกัดที่ 47P 591689 1414459 N ในพื้นที่หมู่ 10 บ้านห้วยหินเพลิง ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

โดยเจ้าหน้าที่พบไฟป่าลุกไหม้ ในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ก่อนกระจายกำลังเดินเท้า และรถจักรยานยนต์วิบาก เข้าพื้นที่ใช้อุปกรณ์ดับไฟป่า พร้อมทำแนวกันไฟเพื่อไม่ให้ลุกลาม ตลอดกว่า 8 ชั่วโมง ด้วยความยากลำบาก พื้นที่บางจุดเป็นพื้นที่ลาดชัน เดินเท้าเข้าได้ยาก โดยพบกลุ่มควันพ่วยพุ่ง ลอยไปในอากาศเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบให้มีฝุ่น PM 2.5 กระทบต่อหมู่บ้าน ชุมชน และเมืองท่องเที่ยวหาดชะอำ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ได้รับความเสียหายสะสมประมาณ 950 ไร่ เบื้องต้นคาดสาเหตุมีคนมาลักลอบจุดไฟเพื่อหาผักหวานป่า หากผู้ใดฝ่าฝืนเผาป่า มีโทษจำคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท หรือประชาชนท่านใดมีเบาะแส แจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายพัชระ ทระพย์เจริญ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าหุบกะพง เปิดเผยว่า ไฟป่าได้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่าไปหลายรอบ โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ทำการดับไฟป่าแล้วเสร็จ ก็คาดว่ามีบุคคลลักลอบหาผักหวาน เข้าไปตามจุดไฟตามหลังเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นมาอีก จึงอยากประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ ขออย่าทำการจุดไฟเผาป่าหาผักหวาน เนื่องจากส่งผลกระทบให้ชุมชนและเมืองท่องเที่ยวมีค่าฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ยังมีบทลงโทษที่รุนแรงอีกด้วย