สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า ทรัมป์กล่าวว่า โครงการคลังสำรอง “Project Vault” มูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 377,646 ล้านบาท) จะเป็นการระดมเงินทุนจากภาคเอกชน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 62,940 ล้านบาท) และเงินกู้ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 314,600 ล้านบาท) จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า หรือเอ็กซิมแบงก์ของสหรัฐ

หลังเอ็กซิมแบงก์ประกาศเรื่องดังกล่าว เมื่อวันจันทร์ (2 ก.พ.) ว่าได้อนุมัติเงินกู้สำหรับโครงการดังกล่าว หุ้นกลุ่มแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญ อาทิ เอ็มพี แมทีเรียลส์ และยูเอสเอ แรร์ เอิร์ธ ได้ปรับตัวสูงขึ้น

ในงานแถลงเปิดตัวโครงการดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นภายในห้องทำงานรูปไข่ มีแขกคนสำคัญรวมถึงนางแมรี บาร์รา ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) และนายโรเบิร์ต ฟรีดแลนด์ มหาเศรษฐีด้านเหมืองแร่ ซึ่งเป็นตัวแทนทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้แร่ธาตุสำคัญ

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์เปิดเผยว่า บริษัทสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ ได้แก่ ฮาร์ทรี พาร์ทเนอร์ส, แทร็กซีส์ นอร์ทอเมริกา และเมอร์คิวเรีย เอนเนอร์จี กรุ๊ป จะเป็นผู้จัดการจัดหาวัตถุดิบสำหรับคลังสำรอง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐ และรักษาสต๊อกแร่ธาตุไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเป็นเวลา 60 วัน

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าจะมีการจัดตั้งโครงสร้างผู้บริหารของโครงการ และเอ็กซิมแบงก์จะมีที่นั่งในคณะกรรมการด้วย.

เครดิตภาพ : AFP