เมื่อวันที่ 3 ก.พ. เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยจะได้ สส. ประมาณ 200 คน ว่า ตนไม่เคยพูดจำนวนตัวเลขบนเวทีปราศรัยแบบนี้ แต่การประเมินของเรา ต้องเล็งผลเลิศไว้ก่อน โดยติดตามการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครทุกเขตทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีพรรคการเมืองใดที่ติดต่อทาบทามเพื่อเตรียมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะและกล่าวว่า ให้ผ่านวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. นี้ ไปให้ได้ก่อน ส่วนที่ไปพูดในรายการของสื่อว่าจะเป็นที่หนึ่งในขั้วในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามรักษากติกาตามระบอบรัฐสภามากที่สุด ซึ่งกำหนดเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ผู้ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลควรเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ตรงไปตรงมาและปฏิบัติกันมาตลอดไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน

เมื่อถามว่าในคืนวันที่ 8 ก.พ. นี้ จะเห็นภาพการจับขั้วตั้งรัฐบาลได้เลยใช่ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ควรรอจำนวนตัวเลข สส. ของแต่ละพรรคนิ่งก่อน กว่าจะเห็นเป็นรูปร่างประมาณ 3-4 ทุ่ม และในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ตนจะไปใช้สิทธิลงคะแนนที่ จ.บุรีรัมย์ และจะขับรถไปตระเวนดูพื้นที่เลือกตั้งใน จ.สุรินทร์ และศรีสะเกษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่งต้องได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นอย่างนั้นมาตลอด ที่พรรคที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ต้องได้จัดตั้งก่อน ถ้าตั้งไม่ได้จึงเป็นพรรคอันดับ 2 ไล่ไปตามลำดับ ไม่มีใครไปแย่งคนที่ได้อันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล เพราะเป็นกฎ กติกา มารยาท

เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคประชาชนได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 พรรคภูมิใจไทยจะไม่จับขั้วตั้งรัฐบาลแข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า พรรคอันดับ 1 จัดตั้งได้ก่อน ดูได้จากการเลือกตั้งปี 2562 มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ และปี 2566 มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ทุกอย่างเป็นตามกลไกที่กล่าวมา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาชน ได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 อาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นพรรคลำดับสองและลำดับอื่นรวมตัวกัน และลอยแพพรรคประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่งและสามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่ง หมายถึงเสียง สส. ในสภาเกินกึ่งหนึ่ง เขาก็ตั้งได้ ใครจะไปลอยแพ การจัดตั้งรัฐบาลก็จบ และที่ผ่านมาแต่ละพรรคก็ให้เวลาต่อกันและกันเสมอ เช่นครั้งที่แล้วที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ และมีสปิริตออกมาประกาศว่าไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ และให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะยกมือโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน หรือไม่ หากพรรคประชาชนได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า “แล้วเขาเชิญเราหรือไม่ ถ้าเชิญต้องมานั่งคุยกัน ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าใครได้อันดับ 1 หรือ 2 และจะมีเงื่อนไขอะไรบ้างหรือไม่ และแต่ละพรรคยอมรับนโยบายของเราหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งรัฐบาลด้วยกัน ผ่านไป 1 ปี แล้วมาเอาออก แล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เวลาทำกับเขา ก็จะมีการทำเอ็มโอเอ เอ็มโอยู อย่าไปมองว่าเขาเรื่องเยอะ เพราะเมื่อทำสัญญาลูกผู้ชาย แล้วต่อมามีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาอ้าง ทำให้การเมืองไม่นิ่ง

เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคประชาชน มาขอเสียงสนับสนุน พรรคภูมิใจไทย จะยอมทำเอ็มโอเอ กับพรรคประชาชน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รอก่อน อย่าเพิ่งไปพูดก่อนผลเลือกตั้งจะออก เพราะผลเลือกตั้งถูกกำหนดโดยประชาชน ถ้าไปพูดก่อนเท่ากับไม่รับฟังเสียงประชาชน ไม่เคารพเสียงประชาชน เราระวังตรงนี้มาก และผู้สื่อข่าวอย่าถามบ่อยเพราะตนจะเผลอ หลังรู้ผลเลือกตั้งก็ยังมีเวลา ไม่มีกำหนดว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จภายในคืนวันที่ 8 ก.พ. หรือในสัปดาห์แรกหลังเลือกตั้ง ครั้งที่แล้วใช้เวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะได้รัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเป็นอันดับ 1 การจัดตั้งรัฐบาลจะง่ายขึ้นหรือไม่ นายอนุทินยิ้มโดยไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่า มีพรรคการเมืองอยู่ในใจที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะในลำคอโดยไม่ตอบคำถาม

ผู้สื่อถามว่าจะให้คำมั่นกับพรรคกล้าธรรมอย่างไร เพราะขณะนี้หลายพรรคประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ควรรอให้ผลเลือกตั้งเสร็จก่อน ทุกพรรคควรบริหารจัดการเวลาให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะหันมาจับมือกับพรรคเพื่อไทย และลืมเรื่องในอดีตได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใครทำดีกับตนไม่เคยลืม แต่ถ้าทำไม่ดีก็จะพยายามลืม ไม่อยากคิดอะไรขุ่นข้องหมองใจ ทั้งนี้ศัตรูถาวรมีอยู่แล้ว แต่จะแสดงออกหรือไม่ และถึงอย่างไรก็ไม่ลืม แต่การจะแก้แค้นหรือเช็กบิลอะไรสามารถทำได้แต่ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าไปทำอะไรก็ต้องระวังว่าจะสวนอะไรกลับมา อยากให้ทุกคนคิดแต่เรื่องดี เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทยมาง้อพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมต้องมาง้อ

เมื่อถามว่าในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา คิดว่าประชาชนให้ผ่านโปรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาขึ้นเวทีก็มีประชาชนก็มาเฮ เมื่อเช็กบิล ถามย้ำว่าหากได้กลับมาเป็นรัฐมนตรี เกรงจะถูกเช็กบิลกรณีที่ดินเขากระโดงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเขากระโดงยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องตามกฎหมาย ยืนยันว่าไม่มีการชี้นำกดดันหรือแทรกแซงใดๆ เพราะเป็นที่หน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย หากคิดว่ามีใครมาบุกรุกก็ต้องเร่งดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยไม่มีหน้าที่ไปเพิกถอนที่ดินใครได้เอง ต้องเป็นคำสั่งจากศาล