เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเนื่องในวันทหารผ่านศึกซึ่ ปีนี้ มีพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตจากการสู้รบพิทักษ์ชายแดนไทย – กัมพูชา จำนวน 42 นาย ที่โถงบรรจุอัฐิ ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้มอบเงินบำรุงขวัญ แก่ครอบครัวทหารที่เสียชีวิต 42 นาย ที่ห้องเกียรติศักดิ์ อาคาร 1 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

“นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีบรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิต จำนวน 42 นาย ซึ่งมี 1 นาย ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ไม่ได้มีการบรรจุอัฐิ แต่มีการติดชื่อร่วมกับทหารนายอื่นด้วย และให้สัมภาษณ์ว่า ยังต้องให้ความช่วยเหลือทหารผ่านศึกในสมรภูมิอื่นๆ เงินช่วยเหลือ 600 บาท ต่อเดือนไม่เพียงพอ สิ่งที่ทหารประสบเหตุบาดเจ็บสูญเสียอวัยวะต้องการคืออยากมีอาชีพการงาน หากตนเองได้กลับเข้ามาทำงานต่อจะดูแลในเรื่องนี้

ที่สำนักงาน กกต. “ทนายอั๋น”ภัทรพงศ์ ศุภักษร พร้อมด้วยเจ้าของเพจแม่แนนน้องสมาร์ท ที่ถูกกกต.สั่งลบคลิปวิดีโอเนื่องจากมีเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง มายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ไล่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เนื่องจากมีความบกพร่องในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา รวมถึงข้อให้ กกต.ตรวจสอบ กรณีคลิปเสียงการสนทนาการเมืองที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

“นายแสวงมาโดยสัญญาจ้างของกกต. ทางกกต.จึงมีอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. มาตรา 55 จัดการ ไม่อนุญาตให้นายแสวงอยู่สถานที่แห่งนี้อีกแล้ว เรามีอำนาจในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเจ้าของข้าวสุก ไม่ต้องการเอาข้าวสุกเลี้ยงนายแสวงอีกแล้ว ยอมรับว่า เป็นคนผู้ปล่อยคลิปเสียงสนทนาลงโซเชียลมีเดียเอง การสอบไม่ยาก เพราะมีเบอร์ และหลังตนเปิดคลิปไปก็มีประชาชนทางภาคตะวันออกส่งข้อมูลมาให้ บอกสถานที่ประชุม ซึ่งจะเปิดเผยต่อไป”
“รมต.เบนซ์” อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงการที่หลายพรรคการเมืองประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม ว่า ในกลุ่มการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศ ตั้งแต่เมื่อปี 2562 ซึ่งมีเราอยู่ในนั้นเสมอ เชื่อว่าคนที่จะเลือกคนไปทำงานด้วยเห็นถึงศักยภาพทางด้านการเมือง และการทำงานถึงลูกถึงคน ทุกอย่างจะชัดเจนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ทุกอย่างทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้

“พรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานกับทุกพรรค ที่เห็นว่าเราสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ โดยเรามีเงื่อนไขไม่แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1หมวด 2 และมาตราที่อาจจะทำให้สถาบันเกิดความสั่นคลอน เราเชื่อมั่นในศักยภาพของเราและสามารถทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีได้ ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งเป้าจะได้สส. 70 เสียง เชื่อมั่นว่าเรายังสามารถทำได้”
ในเรื่องเกี่ยวกับการเมือง เสี่ยหนู ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนว่า อยู่ในระดับที่สงบคุมสถานการณ์ได้ ยังไม่มีสัญญาณใดๆบอกว่าจะเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ ขอให้ประชาชนมั่นใจและวางใจว่ากองทัพและรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างโดยไม่ประมาท แม้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่การควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังชายแดนยังคงเข้มงวด เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ วันที่ 8 ก.พ.ต้องไม่มีปัญหา

เมื่อถามต่อว่ากระแสพรรคภูมิใจไทยในกรุงเทพเป็นอย่างไรบ้าง เพราะ “หัวหน้ามาร์ค”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดทำนองว่า หากเลือกน้ำเงินผลการเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพจะออกมาแบบเดิม ที่พรรค ปชน.ได้เกือบยกจังหวัด เสี่ยหนูสวนกลับว่า “ไม่ควรไปพูดถึงพรรคอื่นๆโดยเฉพาะไปพูดถึงพรรคอื่นลักษณะด้อยค่าดูถูกดูแคลนวิพากษ์วิจารณ์พรรคอื่นๆ พรรคภูมิใจไทยไม่เคยไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายและความคิดคนอื่นๆ ไม่ชี้ชวนประชาชนให้จงเกลียดจงชังหรือให้มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับพรรคอื่น”
เมื่อถามถึงกรณี“เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. บอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ยอมให้พรรค ปชน.ตั้งรัฐบาล อนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ และไม่ทราบว่าใบสั่งจะมาจากใคร ใบสั่งใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็น สส. มาจากประชาชน ไม่มีใครสั่งได้ ตนเล่นการเมืองมา 22-23 ปีแล้วไม่เคยเจอใบสั่งสักใบ
เมื่อถามว่า มีพรรคไหนจะทาบทามให้ร่วมตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ขอให้ผ่านวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้ ไปให้ได้ก่อน พรรคเสียงข้างมากอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล ใครจะจับขั้วตั้งรัฐบาลต้องรอจำนวนตัวเลขแต่ละพรรคนิ่งก่อน กว่าจะเห็นเป็นรูปร่างประมาณ 3-4ทุ่ม วันที่ 8 ก.พ. ถ้าพรรคอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาลไม่ได้ จึงเป็นพรรคอันดับ 2

“ถ้าพรรค ปชน.รวมเสียง สส. ในสภาเกินกึ่งหนึ่ง เขาก็ตั้งได้ ใครจะไปลอยแพ ที่ผ่านมาแต่ละพรรคก็ให้เวลาต่อกันและกันเสมอ เช่นครั้งที่แล้วที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ และมีสปิริตออกมาประกาศว่าไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ และให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ตั้งรัฐบาล”
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะยกมือโหวตให้แคนดิเดตนายกฯจากพรรค ปชน. หรือไม่ หากเขาได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 หรือไม่ เสี่ยหนูย้อนว่า “แล้วเขาเชิญเราหรือไม่ ถ้าเชิญต้องมานั่งคุยกัน จะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ยอมรับนโยบายของเราหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งรัฐบาลด้วยกัน ผ่านไป 1 ปี แล้วมาเอาออก แล้วก็ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เวลาทำกับเขาก็จะมีการทำเอ็มโอเอ เอ็มโอยู อย่าไปมองว่าเขาเรื่องเยอะ หากทำสัญญาลูกผู้ชาย แล้วต่อมามีเรื่องนั้นเรื่องนี้มาอ้าง ทำให้การเมืองไม่นิ่ง อย่าเพิ่งไปพูดอะไรจนกว่าผลเลือกตั้งจะออก ผลเลือกตั้งถูกกำหนดโดยประชาชน ถ้าไปพูดก่อนเท่ากับไม่รับฟังเสียงประชาชน ไม่มีกำหนดว่าจะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้เสร็จภายในคืนวันที่ 8 ก.พ. หรือในสัปดาห์แรกหลังเลือกตั้ง ครั้งที่แล้วใช้เวลาเกือบ 2 เดือน กว่าจะได้รัฐบาล”

“นก” ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เมื่อมาเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( ดีอี ) มีการยกเลิก MOU ไป 1 ฉบับ ที่เป็นเหมือนประตูให้สแกมเมอร์เข้ามาอยู่ในบ้านเรา และอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกยกเลิกคือเรื่องการพนันออนไลน์ ที่มีทั้งการสแกนม่านตา การทำดิจิทัลวอลเล็ตหรือการทำโทเคน เลิกระบบที่จะทำให้ฟอกเงินแบบออนไลน์ได้ ซึ่งไทยจะกลายเป็นแหล่งให้กลุ่มสแกมเมอร์เข้ามาฟอกเงินออนไลน์ของทั่วโลกทันที
“ที่ได้เข้าไปยกเลิกรู้สึกว่าดีใจที่ได้ทำสิ่งยิ่งใหญ่ และตายตาหลับ อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่ได้ทำเพื่อชาติบ้านเมืองแล้ว และสัญญาว่าจะทำต่อไป และยังไปไล่ดูข้อมูลการเงินกลุ่มต่างๆ จนนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มเบน สมิธ และอีกหลายกลุ่ม ซึ่งเราเพิ่งเริ่มทำ ดังนั้น เราต้องกลับมาสานต่อ เพื่อทำให้เรื่องนี้หมดไป”

ที่ว่าการอำเภอศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และคณะ หาเสียงช่วย “ตี๋เล็ก”เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ (ตี๋เล็ก) ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี เขต7 พรรคเพื่อไทยหาเสียง เขตเลือกตั้งที่ 7 เดิมทีเป็นเขตของพรรคเพื่อไทย สส.คือ “กานต์ไสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ที่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และลงสมัครในเขตเดิมสู้กับนายเชิดศักดิ์
ดร.เชน ขึ้นปราศรัยในเรื่องการแก้หนี้ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และว่า เพื่อไทยสามารถหาเงินได้ เราทำโครงการเศรษฐีเงินล้าน 9 คนทุกๆวัน นี่คือหมุดหมายหนึ่งที่จะดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้ามาในระบบ เรื่องการดูแลประชาชนบริเวณชายแดน ตนจะทำให้ดีที่สุด การค้าขายจะกลับมาสันติสุข ตนจะกลับมาจะปกป้องดูแลประชาชนด้วยชีวิต ประเทศไทยต้องไปข้างหน้าจริงๆ เราไม่มีเวลาที่จะมาแตกแยกอีกแล้ว เรื่องนี้ประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าการเมืองแบบนี้ หรือการเมืองแบบไปข้างหน้าประชาชนจะให้โอกาสใคร.



