สะระแหน่ เป็นพืชในตระกูลวงศ์ มินต์,วงศ์กะเพรา ลำต้นเหลี่ยม สีแดงอมม่วง เลื้อยคลุมดิน สูงประมาณ 70 – 150 ซม. ใบรูปรี ขอบหยัก ผิวใบย่นและมีกลิ่นหอม ชอบขึ้นในสภาพอากาศอบอุ่น มีกลิ่นหอมคล้ายใบมะนาว และทุก ๆ ปลายฤดูร้อนต้นสะระแหน่จะออกดอกสีขาว ๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำหอมและน้ำหวานอยู่ภายใน ดึงดูดใจให้ผึ้งมาดูดน้ำหวาน รสชาติคล้ายคลึงกับ ตะไคร้หอม, มะนาวและแอลกอฮอล์
“สะระแหน่” เป็นสมุนไพรไทยที่มีกลิ่นหอม ส่วนใหญ่มักนำมาประกอบอาหารให้ได้รสชาติดีหรือบางทีก็นำมาตกแต่งอาหารให้ดูสวยงามน่ารับประทาน ทุกครัวเรือนนิยมนำใบสะระแหน่มาปรุงอาหารหรือรับประทานแบบสด ๆ ควบคู่กับลาบ น้ำตก ยำ แหนมเนือง เพื่อเพิ่มรสชาติความหอม อร่อย ที่สำคัญยังช่วยดับกลิ่นปากได้อีกด้วย
สารสำคัญที่พบในใบและลำต้นสะระแหน่ คือมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบด้วยสารเมนทอล (Menthol) ไลโมนีน (Limonene) นีโอเมนทอล (Neomenthol) เป็นต้น ส่วนสารอาหารที่สำคัญ คือ สะระแหน่ 100 กรัม ให้พลังงาน 47 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม 40 มิลลิกรัม เหล็ก 4.8 มิลลิกรัม วิตามินบี 1 0.13 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.29 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.7 มิลลิกรัม วิตามินซี 88 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 538.35 มิลลิกรัม
สะระแหน่มีสรรพคุณมากมาย อาทิ ใบสด นำมาตำแล้วพอกแก้ปวดบวม ผื่นคัน หรือใบสะระแหน่นำมาชงเป็นชาดื่มบรรเทาอาการหวัด ขับเหงื่อ ระบายความร้อน ขับลมในลำไส้ และช่วยย่อยอาหาร เพราะสารเมนทอลในสะระแหน่มีคุณสมบัติเย็นใช้รักษาอาการอ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน หลอดลมอักเสบ และหอบหืด นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ได้แก่ อาการปวดศีรษะ ปวดฟัน รักษาอาการบิด ปวดท้อง ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด รวมทั้ง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้
แม้สรรพคุณจะมากมาย แต่หากรับประทานมากเกินไปจะส่งผลข้างเคียงบ้างเล็กน้อย อย่างเช่น ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง วิงเวียน แต่หากนำทาบนผิวหนังสะระแหน่อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้



