จากกรณีปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีนักเรียนชายอายุ 13 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ถูกครูที่ปรึกษาสั่งลงโทษให้ลุกนั่ง 800 ครั้ง จนทำให้นักเรียนบาดเจ็บหนักนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมตามที่ปรากฏเป็นข่าว ครูที่ปรึกษาได้ลงโทษนักเรียนชั้น ม.1 อายุ 13 ปี โดยให้ลุกนั่ง 800 ครั้ง เนื่องจากนักเรียนสอบกลางภาคไม่ผ่าน 5 วิชา ครูจึงสั่งให้ทำงานส่ง แต่เด็กไม่ได้ส่งงานภายในเวลาที่กำหนด จึงถูกลงโทษจนมีอาการปวดขา

โดยแพทย์มีความเห็นให้งดเดินเป็นเวลา 3 วัน และได้เจาะเลือดตรวจ พบว่าค่าไตปกติ ส่วนค่ากล้ามเนื้อยังอยู่ระหว่างรอผลจากโรงพยาบาล

อยากให้ลูกเรียนที่เดิม แต่กลัวครูโหดกลับมา พ่อเมินไม่ขอเจอ ผู้ว่าฯ ลพบุรี สั่งเยียวยา

นายธีรยุทธระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เนื่องจากครูในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ใช้อำนาจสั่งลงโทษนักเรียนให้ลุกนั่งเป็นจำนวนที่เกินกว่าขีดจำกัดของร่างกายเด็กอายุ 13 ปีอย่างมาก ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดทางกายอย่างหนัก

นอกจากนี้ การสั่งให้ทำ “ต่อหน้าเพื่อน” ยังเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีและสร้างความอับอาย อาจเข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 6 ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรืออาจเข้าข่ายถึงมาตรา 5 คือการกระทำทรมาน หากการลงโทษส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ

นายธีรยุทธกล่าวต่อว่า ตนได้ประสานไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อย่างไรก็ตาม ความผิดตามกรณีนี้เข้าข่ายความผิดร้ายแรง ไม่อาจยอมความได้ หากมีการกระทำผิดจริง และกระบวนการสอบสวนต้องมีพนักงานอัยการเข้ามากำกับการสอบสวนด้วย

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายนั้น ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่เพื่อรับเรื่องแล้ว