จากกรณีที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 69 เรื่องคืนสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. พร้อมคำสั่ง 5 ประเด็น ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนมาใหม่เพิ่มเติม ประกอบด้วย
ให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนการสอบสวนใหม่ โดยให้นำผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย (สว.ตัวจริง 2 ราย และเครือข่ายพรรคการเมืองดัง 6 ราย) ที่สั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ สอบสวนเป็นสำนวนเดียวกันกับสมาชิกคณะบุคคลผู้ร่วมกระทำความผิดกลุ่มอื่น ๆ อีก 7 กลุ่ม
ให้พนักงานสอบสวนนำพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย
ให้พนักงานสอบสวนนำเอกสารคำขอเปิดบัญชีธนาคาร และเอกสารความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคารของสมาชิกคณะบุคคลกลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดคดีนี้ทั้งหมด มาประกอบสำนวนการสอบสวน
ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรองต่ออัยการสูงสุด ฉบับลงวันที่ 22 ธ.ค. 68 และตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรองต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ 8 ธ.ค. 68 ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไปจนสิ้นกระแสความ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่ห้องประชุม ชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พนักงานอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. มายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และคณะพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้เป็นพนักงานอัยการร่วมสอบสวนนั้น
ล่าสุด ดีเอสไอได้นัดหมายประสานไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อประชุมหารือความคืบหน้าการสอบสวนตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ ในวันที่ 5 ก.พ. โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และพนักงานอัยการ ร่วมประชุม
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกว่า 1 ชม. แจ้งว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างดีเอสไอและพนักงานอัยการ ภายหลังจากที่อัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือคำแนะนำมา ซึ่งเป็นการดำเนินงานความคืบหน้าเพิ่มเติมตามขั้นตอน และตามพยานหลักฐาน อาทิ ประเด็นการสอบปากคำพยาน จำนวน 7 กลุ่ม ที่อัยการคดีพิเศษได้ให้คำแนะนำ
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะพิจารณาพฤติการณ์ของบุคคลทั้ง 7 กลุ่มว่า กลุ่มใดมีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง และยังคงแสวงหาพยานหลักฐานอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปก่อน 8 รายก็ตาม
ทั้งนี้ ยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และยังคงมีการสอบสวนปากคำต่อเนื่องเสมอ เนื่องจากอาจมีการกระทำความผิดของคณะบุคคลที่ต่างกรรมต่างวาระ จึงทำให้สำนวนไม่ได้หยุดชะลอไปทันที หลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรก
ในส่วนหลักฐานของ กกต. ในคดีฮั้วเลือก สว. ตามกฎหมายเลือกตั้งนั้น คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้นำมาประกอบการพิจารณาเช่นเดียวกัน และกรณีที่มีเอกสารคำร้องขอความเป็นธรรมจากทั้งสมาชิกวุฒิสภาสำรอง และสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง คณะพนักงานสอบสวนจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยจะเชิญทั้งสองฝ่ายเข้าให้ข้อมูล หรือระบุพยานเพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการสอบสวนต่อไป



